Category บทความจาก Blockdit

5 เคล็ดลับที่ธุรกิจ ซึ่งกำลังประสบวิกฤต ไม่รู้

5 เคล็ดลับที่ธุรกิจ ซึ่งกำลังประสบวิกฤต ไม่รู้

ในสภาวะวิกฤตของไวรัสโควิด 19 ลุกลามไปทั่วโลก ธุรกิจกว่า 80% ประสบหยุดชะงักงัน กำลังซื้อตกต่ำ และประชาชนไม่สามารถออกจากบ้านได้ มีธุรกิจ 20% จะสามารถอยู่รอดได้ในสภาวะนี้ แต่ไม่เกิน 5% ที่จะประสบความสำเร็จ อย่างสูงในสภาวะวิกฤต

<< อะไรคือ เคล็ดลับความสำเร็จของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสูง ในสภาวะวิกฤตนี้ >>

5 เคล็ดลับที่ธุรกิจ ซึ่งกำลังประสบวิกฤตไม่รู้

  1. ผู้บริหาร ผู้นำองค์กร มีความแข็งแกร่งในจิตใจ ไม่ตื่นตระหนก และ มีความเชื่อมั่นว่าจะฝ่าวิกฤตได้ ในสภาวะวิกฤต เช่นนี้ ผู้นำที่มีสติ มีความสุขุม จะค่อยๆ มองสถานการณ์และวิเคราะห์อย่างรอบคอบ วางแผนอย่างระมัดระวัง มีแผนสำรอง ที่จะลดความเสียหายขององค์กร หรือ หาโอกาสใหม่ๆ ในสภาวะวิกฤต

  2. ผู้นำองค์กร จะไม่ทำให้พนักงานรู้สึกกังวล หรือไม่สบายใจ ถึงความไม่มั่นคงขององค์กร ในสภาวะการเช่นนี้ พนักงานทุกคน ย่อมมีความกังวลถึงรายได้ของตัวเอง และความมั่นคงปลอดภัยในอาชีพการงาน เพราะทีมงานเห็นอยู่แล้ว ว่าบริษัทมีรายได้หรือมียอดขายหรือไม่ และเห็นสภาวะความแตกตื่นของเพื่อนๆ
    ร่วมชาติ ที่ตกงานกระทันหัน เมื่อขวัญและกำลังใจเสียหายไป ประสิทธิภาพในการทำงานจะยิ่งลดลง และหมดกำลังใจ ยิ่งถ้ามีดราม่า ข่าวลือในทางลบๆ ยิ่งจะทำให้องค์กรเสียหาย

  3. ผู้นำองค์กร ที่ประสบความสำเร็จ จะใช้โอกาสนี้ ในการพัฒนาทักษะของพนักงาน และตัวเอง หลาย ๆ องค์กรที่ไม่ยอมใช้ ไอทีในการทำงาน ก็หันมาฝึกทักษะการใช้ ไอที ในการทำงาน ติดต่อ สื่อสาร หรือทำงานร่วมกัน เกิดการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และ เป็นโอกาสในการปรับปรุงกระบวนการที่เยิ่นเย้อ ให้กระชับ ทำงานเร็วขึ้น หลายองค์กร สามารถ ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้คนเท่าเดิม หรือ น้อยลง และ ผิดพลาดน้อยลงได้

  4. ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในสภาวะวิกฤต จะเป็นผู้ “ให้” กับสังคม ผู้นำจะมองดูว่า ในปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ธุรกิจของเขา จะสามารถช่วยเหลืออะไร กับประเทศชาติได้บ้าง เขาสามารถช่วยอะไรลูกค้าได้บ้าง หรือ สามารถช่วยเหลือพนักงาน หรือ สังคมอะไรได้บ้าง จากการเป็นผู้ให้ อย่างบริสุทธ์ใจของเขา จะทำให้เขามีโอกาสพบผู้คนใหม่ ๆ ได้รับโอกาสใหม่ ๆ ได้เรียนรู้กลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ได้รู้จักผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้ เป็นการเปิดตลาดใหม่ เปิดธุรกิจใหม่ได้ง่ายมาก และได้ใจผู้คน

  5. ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในสภาวะวิกฤต จะใช้โอกาสนี้ในการคัดเลือด เพชรจากกองกรวด นิสัย พฤติกรรม และความสามารถของพนักงาน จะปรากฎชัดเจนมากในสภาวะแบบนี้ ว่าใครจงรักภักดี ต่อองค์กร ใครมีภาวะผู้นำ และใคร เป็นคนที่ใช่ขององค์กร ทำให้เราสามาถเลือก พนักงานที่เหมาะสมจะปั้น ได้ง่ายกว่าสภาวะปกติ การที่ได้ทีมงานที่ “ใช่” จะทำให้องค์กรเติบโตอย่างรวดเร็วและแข็งแรง

วันนี้ ท่านได้รู้แล้ว ถึงเคล็ดลับที่ท่านไม่รู้ เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กร ที่ประสบความสำเร็จในสภาวะวิกฤต เมื่อทราบแล้ว ก็ขอให้รีบลงมือทำ ค่ะ และถ้ามีอะไร ก็มาปรึกษาหุยได้เสมอ ยินดีมาก ๆ ที่จะอยู่เคียงข้างทุกท่านให้ฝ่าไปด้วยกัน นะคะ

โค้ชหุย
Master Business Coach
Business Breakthru
ธุรกิจติดปีก
Magnet แม่เหล็กพลังบวก

ปรับองค์กร รองรับโอกาส หลังโควิด

ปรับองค์กร รองรับโอกาส หลังโควิด

จากการโค้ชธุรกิจ มามากกว่า 3 ปี และหลายร้อยบริษัท ทั้งแบบขาจร เจอในสัมมนา และแบบที่ไปโค้ชในองค์กรประจำ รวมทั้งประสบการณ์ที่เติบโตและทำงานกับธุรกิจ SMEs มามากกว่า 40 ปี (ทำงานมาตั้งแต่อายุ 12)

หุยบอกได้เลยว่า นี่เป็นโอกาสที่องค์กร ทุกองค์กร จะปัดกวาด และกำจัด “ขยะ” ที่หมักหมมในองค์กร ปรับทีมงาน ปรับกลยุทธ์ ปรับมาตรฐานการทำงานใหม่ เป็นโอกาสที่คุณจะเห็นคนที่ “ไม่ใช่” ขององค์กร จะเห็นนิสัยสันดานของคน และดูว่า คนๆ นั้น เขาเหมาะสมที่จะอยู่กับทีมหรือไม่

“เพชรแท้จะปรากฎ เด่นชัด ออกจาก ก้อนกรวด” ผู้นำที่มีความเป็นผู้นำที่แท้จริง จะได้เห็นกันก็คราวนี้ ในสภาวะที่กิจกรรมทางธุรกิจชะลอตัว ขอให้ทุกองค์กร หันมามองภายใน ดูจุดแกร่งของธุรกิจ และเปิดใจ มอง “เห็น”จุดด้อยขององค์กร

ถ้าทีมขาย ขายไม่เก่ง ก็ฝึกทักษะการขาย ทักษะการนำเสนอ ทักษะการปิดการขาย ถ้าทีมผลิตมีปัญหาเรื่องคุณภาพ สินค้าไม่มีมาตรฐาน วางแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการผลิต พัฒนาทีมผลิต ทีม QC ระบบงานอืดเอื่อย มีปัญหาเอกสารมาก ทำงานซ้ำซ้อน ขอให้ถือโอกาสนี้ชำระองค์กร….

หุยแนะนำให้ลูกค้าของหุยทุกราย ออกมาตรการ “ขอความร่วมมือ” ให้มาทำงาน ไม่ลางาน ยกเว้น ป่วยเข้าข่าย (เพราะลางานแล้วจะไม่ยอมกักตัวอยู่บ้าน เร่ร่อนไปแพร่เชื้อ) ถ้าระหว่างนี้ ใครไม่ให้ความร่วมมือ กาหัวไว้ได้เลย คนนี้ อาจจะเป็น “คนทีไม่ใช่” ระหว่างนี้ ใครไม่ยอมพัฒนาตนเอง ไปพร้อมบริษัท คนนั้น ก็อาจจะ “ไม่ใช่”

ขอให้จัดการคนที่ไม่ใช่ ให้เปลี่ยนเค้าเป็นคนที่ “ใช่” หรือ ให้เค้าเลือกที่จะ “จากไป” อย่าเป็นตัวถ่วง ในวินาทีนี้ หลังจากไวรัส โควิด 19 เศรษฐกิจและกำลังซื้อจะไม่เหมือนเดิม โอกาสที่ธุรกิจไม่ดี จะมีมากกว่าดี เราต้องรักษาองค์กรให้คล่องตัวเข้าไว้ ทำงานแบบ “Dynamic และ Active”

ทำงานรวดเร็ว และคล่องตัว ยืดหยุ่น และประสิทธิภาพสูง และค่าใช้จ่ายตำ ค่าใช้จ่ายที่สูงของทุกองค์กรคือ ความเสียหาย ที่เกิดจากคนทำงานที่ไม่ยอมพัฒนา ถ้าใครเป็น คนที่ “ไม่ใช่” ก็จะไม่สอดคล้องกับการทำงานในโลกหลังยุคโควิด เขาต้องเลือกที่จะช่วยองค์กร หรือ จากไป ใช้ชีวิตสบายๆ ในโลกเดิม ๆ ที่อาจจะไม่มีอีกแล้ว

ในยุคนี้ไป คนตกงานเยอะมาก และคนเก่งๆ ก็ตกงาน การหางานทำเป็นเรื่องยาก การสร้างธุรกิจส่วนตัวก็ไม่ง่าย เพราะคนที่ไม่มีงานทำจะมาทำงานส่วนตัว ดังนั้น คนไม่มีฝีมือ ก็ไปยากเช่นกัน

ดังนั้น คนทำงาน หรือคนที่อยู่ในวัยทำมาหากิน ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่อยากเปลี่ยนหรือเปล่า คุณก็ต้องพัฒนาตัวเองอยู่ดี จงใช้จังหวะนี้ พัฒนาทักษะที่ขาด ทักษะที่คุณจะใช้ทำงาน ทำเงิน ก่อให้เกิดรายได้ ค้นหาอาชีพในฝัน ถ้าไม่มีงานจริง ๆ ฝึกปรือฝีมือ ให้เข้มข้น กฎ 10,000 ชม. ใช้ได้เสมอ

อย่าเอาเวลานี้ ไปจับเจ่า ตามข่าวไวรัสทั้งวัน แต่จงเอาเวลานี้ ตลอดเวลาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ฝึกปรือกลยุทธ์และทักษะตนเอง รับรอง หลังโควิท พวกคุณเก่ง พร้อมรับโอกาส ถ้าคุณไม่ทำ ชีวิตจะวิกฤตมากๆ ทีเดียว

ให้กำลังใจ

โค้ชหุย
Master Business Coach
Business Breakthru
ธุรกิจติดปีก
Magnet แม่เหล็กพลังบวก

Adjust organization to support opportunities after Covid
เรากำลังสร้างจินตนาการ ที่หวาดกลัวด้วยตัวเราเอง

เรากำลังสร้างจินตนาการ ที่หวาดกลัวด้วยตัวเราเอง

เรากำลังกลัวสิ่งที่เราจินตนาการ จริงหรือไม่ ที่ว่า เราทุกคนเกิดมาเพิ่งรู้จัก โควิด19 จริงหรือไม่ พวกเราทุกคนงุนงง แม้แต่วงการแพทย์ทั่วโลก ยังเข้าใจและรู้จักโควิด 19 ไม่หมด

สมมุติฐานเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ทุกรัฐบาล ทุกประเทศ ทุกแพทย์ต่างงม ต่างเดา ว่า มันจะรับมืออย่างไร จินตนาการนั้น น่ากลัวยิ่งกว่าความจริงเสมอ

เราเคยเดินไปในป่าที่เราไม่รู้จัก และในความมืดหรือไม่
เราจินตนาการเสียงต่าง ๆ เงาดำต่าง ๆ คือ “ภัย”
และเราก็หลบหนี หลีกเลี่ยง กับสิ่งที่หัวสมองบอกเรา และทำอะไรที่เกินธรรมชาติ

<< ในช่วงเวลาที่อึมครึม ไม่ชัดเจนเป็นช่วงเวลาที่มีข่าวสารปลอม ที่สร้างขึ้นด้วยหลากหลายจุดประสงค์เกิดขึ้น >>

เพื่อให้สินค้าตัวเองขายดี ทำให้สินค้าราคาขึ้น กลายเป็นของจำเป็น เป็นโอกาสให้ฉกฉวยโอกาส จากความไม่รู้ของสังคม ใครเคยได้ยิน เรื่องราวของตาบอดคลำช้างหรือไม่ คนตาบอด คลำหางช้าง ก็บอกว่าข้างรูปร่างเป็นเส้น ๆ คนตาบอดอีกคน คลำงวง ก็บอกว่าไม่ใช่..

โลกเราตอนนี้ เหมือนตาบอดคลำช้าง ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคน พูดกันด้วยอีโก้ ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจ พูดเรื่องเศรษฐกิจและการเงินถ้าหยุดงาน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแพทย์ พูดเรื่องผลกระทบเรื่องการไม่หยุดงาน ไม่มีใครช่วยกันประมวลว่า จริง ๆ ควรทำอย่างไรในภาพรวม

หุยเชื่อว่า ไม่ใช่ว่า เขาไม่รู้ว่า เขาต้องทำงานกันอย่างไร แต่จะด้วยอีโก้ หรือ ผลประโยชน์อะไรก็แล้วแต่ ทำให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น และไม่ใช่เกิดขึ้นแต่ในประเทศไทย แต่มันเกิดขึ้นในหลายรัฐบาลในหลายประเทศ

“Mark Joyner” ได้พูดใน คลิปหนึ่งว่า

“ว่าเราทุกคนบนโลก กำลังทำงานกับสิ่งที่เราไม่รู้จักและไม่เคยเห็น และทุกคนต่างฉวยโอกาสนี้ ไขว่คว้าโอกาสจากความไม่รู้นี้ ในฐานะคนธรรมดา เราต้องมองผ่าน และป้องกันตัวเองจากสิ่งหลอกลวงพวกนี้ ดูแลตัวเองโดยใช้สติ ว่าควรทำอะไรไม่ควรทำอะไร ในอาชีพการงาน การเงิน ก็วางแผนรับมือให้ดี เพราะทรัพย์สิน เงินทองที่มี สมบัติที่มี สามารถโดนยึดได้

ถ้ารัฐบาลสิ้นเนื้อประดาตัว และต้องเอาเงินมาช่วยคนที่ไม่มี สิ่งที่มั่งคั่งร่ำรวย จะกลายเป็นไม่เหลือในพริบตา ต้องพร้อมรับมือ กับความเลวร้ายในระดับนั้นเลยค่ะ และเราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ยอมรับความเป็นจริงตามธรรมชาติ และอยู่กับมันให้ได้…”

Success or Failure

5 แนวคิดที่คนล้มเหลวไม่มี (ถ้าไม่อยากล้มเหลว มาอ่านด่วน!!)

ช่วงเดือนที่ผ่านมา กุมภาพันธ์ มีนาคม เป็นช่วงที่ธุรกิจ ปิดตัวเป็นจำนวนมาก การที่ธุรกิจปิดตัว ไม่ได้แปลว่า เจ้าของเหล่านั้น หรือธุรกิจเหล่านั้นจะล้มเหลวตลอดไป ในอดีต มีธุรกิจมากมาย เติบโตได้ ท่ามกลางวิกฤต หรือหลังจากวิกฤต ถ้าเขามีแนวคิดในการดำเนินชีวิตแบบนี้ แล้วลงมือทำทันที ถ้าคุณหรือธุรกิจ ไม่อยากเป็นธุรกิจที่จมปลักอยู่กับความล้มเหลว

<<< ชี้โทษโชคชะตา เศรษฐกิจ และพิษ โควิด ขอให้รีบมาอ่าน >>>

1) คุณต้องตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ว่าคุณต้องการอะไร ในช่วงเวลาวิกฤตแบบนี้ หลายๆ ธุรกิจ ต้องเลือกที่จะตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน

  • เราจะพาธุรกิจเดิมให้รอด หรือ
  • เราจะหาโอกาสนี้ ปิดกิจการเพราะ ลากมานาน
  • เราจะหาธุรกิจใหม่ เป็นต้น

จะเห็นว่า 3 เป้าหมายนี้ พาเราไปคนละทิศละทาง

ถ้าเรากำหนดเป้าหมายไม่ชัดเจน การวางแผนกลยุทธ์ ไม่ชัดเจน เหมือนคนเดินทาง ไม่รู้จะไปหัว หรือไปใต้ คุณจะไปที่ไหนได้ นอกจากเดินวน ยืนงงอยู่ที่เดิม

2) คุณต้องยอมลำบากก่อน ก่อนที่จะได้ผลลัพธ์ที่คุณต้องการ

เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจน และวางแผนแล้ว จงลงมือทำ อย่างไม่ย่อท้อ แม้จะหนื่อยยากลำบาก
เพราะไม่มีอะไรที่จะสำเร็จง่าย ๆ นอกจาก เราจะนั่งจับเจ่าด่าโชคชะตา แล้วไม่ทำอะไร คนที่ประสบความสำเร็จนั้น

เผชิญความล้มเหลว มามากมาย ก่อนที่เราจะเห็นความสำเร็จของเขา ดังนั้น อย่ากลัวความล้มเหลว ยิ่งคุณล้มเหลวมากเท่าไหร่ แปลว่า ความสำเร็จใกล้เข้ามา ใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ (ถ้าคุณไม่ล้มเลิกไปเสียก่อน)

3) คุณต้องยอมเป็น “ผู้ให้” ก่อน เป็นผู้ “จ่าย” ก่อน

ในการที่คุณจะได้ลูกค้าใหม่ ๆ หรือ การที่คุณจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ อย่าได้ขี้เหนียว

การให้ก่อน การยอมจ่ายก่อน คุณจึงจะได้โอกาสใหม่ ๆ มา
การเป็น “ผู้ให้” ยอมจ่าย สร้างความน่าเชื่อถือ และความนับถือให้คุณ ผู้คนจะเกรงใจคุณ ผู้คนจะเชื่อถือคุณ เพราะน้ำใจของคุณมหาศาล ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ และรู้จักคนใหม่ ๆ การที่ให้คุณค่าผู้อื่นอย่างมากมาย คุณจะสามารถเปิดประตูสู่ความประทับใจไม่รู้ลืม ได้นั่งอยู่ในใจของผู้คน

4) คุณต้องยอม “จ่าย” คุ้มราคา คือ ถ้าจ่ายน้อย ของก็ย่อมคุณภาพตามราคา

หลายๆ คน อยากได้ของถูก และของฟรี ยิ่งกดราคายิ่งถูก เรายิ่งชอบ ซึ่งเป็น Mindset ของคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ลองคิดถึงตัวเรา เวลาเราได้ของอะไรที่แพง ๆ เราจะใช้อย่างทะนุถนอม เราจะใช้อย่างคุ้มค่า เพราะของที่ ราคาสูง ก็มีสิ่งที่เหนือกว่า ของธรรมดามากมาย

เช่นเดียวกัน : ถ้าคุณจ่ายแพง คนที่กล้าขายของแพง เขาย่อมคิดถึงคุณภาพและการบริการ เขาจะติดตามดูแลคุณอย่างดี เพื่อให้คุณรู้สึกคุ้มค่า จะสมัครเรียนอะไร ต้องคุ้มค่าที่เสียเวลาเรียน
โค้ช หรือครูคนนั้น ต้องสร้างผลลัพธ์ได้จริง เขาอาจจะแพงหน่อย แต่สิ่งที่เขาทำให้ได้ย่อมไม่ ระดับธรรมดา ต้องใช้เวลานี้เลือกดูว่า เราสมควรจะเสียเงิน เสียเวลากับใคร

5) เมื่อจ่ายของมาตามราคาแล้ว คุณต้องดูว่า คุณได้ใช้ของนั้น หรือลงมือทำ อย่างคุ้มค่า แล้วสร้างผลลัพธ์ ได้หรือเปล่า

หลายๆ คน ซื้อของมาแล้ว เก็บไว้ไม่ได้ใช้ รู้สึกดีที่ได้ของนี้มา แต่ไม่รู้จะใช้เมื่อไหร่ บางทีก็ลืมไปเลยที่ซื้อมา ใครเคยไปเรียนสัมมนามากมาย แล้วไม่ได้ใช้บ้าง ความรู้ท่วมหัว แต่ไม่เอาตัวไม่รอดเพราะใช้ไม่เป็น
หุยอยากบอกเลย ว่า มี 80% เป็นแบบนี้ คนที่ประสบความสำเร็จนั้น เมื่อเรียนรู้แล้ว เขาจะลงมือทำทันที
ลองผิดลองถูก และปรึกษาโค้ชว่า สิ่งที่ทำนั้น ต้องทำอย่างไร เมื่อติดขัดปัญหา หรือไม่ได้ผลลัพธ์

คนที่ทำแบบนี้ จึงจะสร้างผลลัพธ์ ดังเป้าหมายได้ และฝ่าทุกเป้าหมายได้ ถ้าคุณไม่อยากเป็นคนล้มเหลว
ให้อ่านแล้วไปลงมือทำนะคะ ใครติดขัดปัญหา มาปรึกษาได้ค่ะ หุยยินดีมากที่จะช่วยพาทุกท่าน ฝ่ามหาวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน ….

หุยช่วยได้ กับคนที่สู้นะคะ คนที่ไม่สู้ ก็ไม่รู้จะลากคุณไปได้อย่างไร ต้องสู้เพื่อตัวเองให้คนเห็น ไม่งั้น แม้แต่สวรรค์ก็ช่วยคุณไมได้ค่ะ

ให้กำลังใจ

โค้ชหุย
MasterBusinessCoach
BusinessBreakthru
ธุรกิจติดปีก

work form home

Work From Home อย่างไรไม่เสียงาน

วันนี้ทราบมาอีกแล้ว ว่า หลาย ๆ องค์กรต้องปิดอีกแล้ว เพราะมีคนติด โควิด 19 ในตึก และ มีหลายๆ บริษัท บ่นอุบ ว่า พนักงาน ถือโอกาส Happy Holiday เพราะคนไทยไม่เข้าใจ ว่าการ Work From Home ไม่ได้ แปลว่า จะตื่นกี่โมงก็ได้ ทำงานอย่างไรก็ได้

<< ดังนั้น มีข้อแนะนำ ให้ปฎิบัติดังนี้ >>

  • ต้องมีการประชุมทุกเช้า ในเวลาเริ่มงาน ปกติของบริษัท เพื่อมอบหมายภารกิจหรืองานที่พนักงานต้องทำให้สำเร็จในวันนั้น
    และมีการประชุมก่อนเลิกงาน เพื่อสรุปผลการทำงาน ในวันนั้น ว่า ทำอะไรไปบ้าง
  • ควรใช้ Zoom Meeting หรือ โปรแกรมอื่น ๆ ให้ ผู้ทำงาน สามารถออนไลน์ได้ตลอด เหมือนทำงานอยู่ร่วมกันใน ออฟฟิส เมื่อจะพูดคุย แชร์ ไฟล์ เอกสาร ก็คุยกันได้เลย เหมือนทำงานอยู่ด้วยกัน
  • ก่อนจะมีการทำงาน Work At home ทางบริษัท ต้องมีการวางแผนกันว่า ใครต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง ในงานสำคัญของบริษัท และ มีเป้าหมายอะไร ต้องการผลลัพธ์อะไร
  • มีแผนสำรอง ในกรณีที่ ใครขาดงาน ใครจะทดแทน หรือ ตัดสินใจแทน

ที่สำคัญ คือ ต้องพูดคุยให้พนักงาน เข้าใจ ถึงสิ่งที่ต้องปฏิบัติ หรือ ห้ามปฎิบัติในขณะที่กักตัว หรือ ภาวะวิกฤต ถ้าใครไม่ทำตามอย่าง เคร่งครัด จะมีการพิจารณาในการประเมินผลงาน หรือ การลงโทษ ตามกฎหมาย

ที่จริงแล้ว เราควรเชื่อใจพนักงานและไม่ต้องเข้มงวดมาก แต่ คนไทยเรานิสัยแบบนี้ และ สิ่งที่เกิดขึ้น ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้หุยคิดว่า เราต้องสอนเค้าอ่ะค่ะ 555 ยิ่งกว่าสอนเด็กน้อยเสียอีกอ่ะ

โค้ชหุย
Master Business Coach
Business Breakthru
ธุรกิจติดปีก
Magnet แม่เหล็กพลังบวก

โควิดเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนโลก

โควิดเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนโลก

จากการที่ เป็นโค้ชธุรกิจมา 3 ปี เจอธุรกิจ SMEs หลายร้อยราย
พบว่า ธุรกิจไทย จำนวนมาก ไม่ยอมปรับตัว ยังทำงานแบบดั้งเดิม เต็มไปด้วยเอกสาร ยังทำงานด้วย Mindset เก่า

กลัวข้อมูลรั่วไหล กลัวความลับไปที่คู่แข่ง ซึ่งในโลกแห่งความเป็นจริง ความลับเหล่านี้ ไม่ได้เป็นความลับ มันหาง่ายมาก และไม่มีทางที่จะป้องกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความลับเหล่านี้ อยู่ในตัวทีมงาน การรักษาความลับของบริษัท คือ การดูแลบุคลากรให้ดี ให้ได้ใจเค้า ให้โอกาสทำให้เค้าจงรักภักดี รู้สึกว่าองค์กรเป็นธุรกิจของเค้าเอง

แต่เมื่อเกิดวิกฤตไวรัสโควิด สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไป ทำให้ต้อง Work From Home ทำให้ ผู้บริโภคต้องอยู่บ้าน เป็นการบังคับให้ทุกคนรู้ว่า …..

“แม้คุณจะไม่ยอมเปลี่ยนแปลง โลกก็ไม่รอคุณและจะบังคับให้คุณเปลี่ยน ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่พร้อมหรือเปล่า”

โลกนี้ เป็นโลกของสิ่งมีชีวิตที่พร้อมจะปรับตัวไปกับธรรมชาติ ถ้าสิ่งมีชีวิตใดไม่ปรับตัวก็ต้องสูญพันธุ์
นี่คือ สิ่งที่ไวรัสโควิด เปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนโลกตอนนี้ดูเหมือนโลกจะหยุดนิ่งอยู่ชั่วขณะ ทุกประเทศในโลก อยู่ในจังหวะเดียวกัน คือ หยุดนิ่ง เป็นโอกาสของทุกธุรกิจ และเราทุกคน ที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ และพัฒนาตัวเองและธุรกิจและทุกๆ บริษัททั่วโลก เขาจะทำเช่นนี้

ต่อไป คนที่ไม่พัฒนาตัวเองจะอยู่ไม่รอด อย่าใช้เวลานี้ หยุดนิ่งไปกับการเวลา เพราะเมื่อถึงเวลาที่โลก เปิดขึ้นมาอีกครั้ง ทุกคนต้องพร้อมที่จะวิ่ง คนที่กอดเข่าจับเจ่าอยู่กับความกลัว มีข้ออ้างที่จะไม่ทำอะไร

คุณจะเป็นผู้แพ้ และอยู่ไม่รอดค่ะ
ขอเตือนด้วยความปรารถนาดี

โค้ชหุย
MasterBusinessCoach
Magnet แม่เหล็กพลังบวก

เปลี่ยนโลก
Grit

## ความจริงเกี่ยวกับการเอาชนะวิฤตของผู้ประสบความสำเร็จ ##

ใครเคยได้ยินไม๊คะ  “ระยะทางพิสูจน์ม้า  กาลเวลาพิสูจน์คน” การจะพิสูจน์ว่าใครเป็นคนอย่างไร ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ว่า เค้าเป็นคนอย่างไร  มีข้อดีข้อด้อยอย่างไร

แต่.. ไม่เสมอไป !!

เคยได้ยินไม๊คะ  “สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ” ในสภาวะวิกฤต  หรือมีปัญหาฉุกเฉิน  เราจะเห็นภาวะผู้นำของผู้คน  จากการที่หุยโค้ชธุรกิจมามากพอสมควร  และ เจอคนระดับผู้บริหาร ในสภาวะวิกฤตเช่นนี้ หุยเห็นได้ชัดถึงลักษณะของผู้นำ และทีมงาน ที่ประสบความสำเร็จ

ในสภาวะวิกฤตแบบนี้  โอกาสมีมากมาย  ประชาชน ส่วนรวมมีความขาดแคลน เจ็บปวด และตื่นตระหนก

เราทุกคนล้วน สามารถทำให้คนอื่นมีความสุขได้อย่างน้อยหนึ่งสิ่ง  แต่คนส่วนมากที่ไม่ประสบความสำเร็จ ล้วนจับเจ่าอยู่กับความทุกข์ของตัวเอง

คนที่ประสบความสำเร็จ จะแสดงความกล้าหาญออกมา ว่าในสถานการณ์แบบนี้ เขาจะช่วยอะไรใครได้บ้างแม้เขาเองก็เสียหายไม่แพ้คนอื่น  เขาเองก็ได้ผลกระทบเช่นกัน  แต่เขาเลือกที่จะออกมายืนเพื่อช่วยเหลือผู้คน ยอมสละเงิน ออกมาเพื่อสร้างสิ่งที่ช่วยเหลือผู้คนได้  ยอมออกมาจากความกลัว  ความสบาย มารับผิดชอบภารกิจที่เป็นของส่วนรวม

มีธุรกิจบางรายที่หุยโค้ชนั้น กล้ายืนที่จะมาช่วยคน  ยอมเสียสละหลายๆสิ่ง  และทำงานหนัก เพื่อผลิตสิ่งของช่วยแพทย์  ทั้งหน้ากาก  และเสื้อเกราะป้องกันไวรัส   ทำกล่องป้องกันการฟุ้งกระจาย

ในขณะที่ผู้คนกลัว และนับวันว่า เมื่อไหร่บริษัทจะปิดให้อยู่บ้าน  บริษัทเหล่านี้ มุ่งหน้าช่วยประเทศชาติและผู้คน  มีธุรกิจบางรายที่ช่วยผู้คนได้  หุยได้ให้คำชี้แนะเหมือนกัน  แต่กล้าๆกลัวๆ  ห่วงแต่ตัวเอง  กลัวล้มเหลว กลัวเสียเงิน

บริษัทเหล่านี้ ก็จะมีโอกาสเติบโตได้ยาก  เพราะไม่กล้าล้มเหลว  ไม่กล้าลงมือทำ สิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ หุยบอกได้เลยค่ะ  ว่า หลังจากนี้ไป โลกจะเปลี่ยนโดยสิ้นเชิง  โลกจะเปลี่ยนเร็วขึ้นและตลอดเวลา  คนที่ตอนนี้ยังไม่กล้าเปลี่ยนแปลง  คือคนที่จะประสบความสำเร็จยากมาก

ตอนนี้ธุรกิจที่มาแรงหลายอย่าง คือ พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ไม่ใช่ว่าเขาต้องทำมาหากินกับความเดือดร้อน

แต่เขาช่วยผู้คนให้มีความสุขท่ามกลางความไม่สะดวก คนขี่ Grab ส่งอาหาร งานตรึมมาก ธุรกิจอาหาร Delivery งานตรึมมาก ยังมีโอกาสอีกมากมายที่มีช่องว่างให้เราทำ

ขอแต่อย่ากอดเงินสดไว้ ถ้ามีเยอะพอที่จะลองทำอะไรใหม่ๆ  ลองออกมาช่วยผู้คนที่ขาดแคลน ลองร่วมกับชุมชนในการดูแลผู้คน ยืนขึ้นมาเป็นผู้นำ  อย่ากลัวจนหัวหด….

เพราะ คนที่ประสบความสำเร็จนั้น  ผ่านความล้มเหลวมามากมาย ถ้าไม่ล้มเหลว จะไม่มีวันสำเร็จ เพราะคนที่ไม่เคยล้มเหลว  คือ คนที่ไม่ลงมือทำ อย่าอ้างว่า ฉันไม่มีความรู้ ไม่มีข้อมูล ตอนนี้ความรู้เต็มไปหมดทางอินเตอร์เนต สารพัด ออนไลน์คอร์ส  ทั้งฟรี ทั้งดี  จงลงมือเรียน และลงมือทำค่ะ

ฝึก GRIT ในตัวเอง คือความเพียรพยายาม กล้าล้มเหลว เรียนรู้ และฝึกทักษะใหม่ๆและทักษะที่ต้องใช้ให้ชำนาญ ทำซ้ำ จนเชี่ยวชาญ

โค้ชหุย

Master Business Coach
Business BreakThru
ธุรกิจติดปีก
Magnet แม่เหล็กพลังบวก

กิจวัตรประจำวัน คนสำเร็จ

กิจวัตรประจำวันของผู้ที่ประสบความสำเร็จ เติบโต 1000%

กิจวัตรประจำวันของผู้ที่ประสบความสำเร็จ เติบโต 1000%

เมื่อคืนนี้หุยได้เรียนออนไลน์ กับโค้ชที่มีชื่อเสียงระดับโลกท่านหนึ่ง
Daniel Tolson ผู้เป็นที่ปรึกษาธุรกิจมากกว่า 4500 บริษัท และบุคคลในหลายประเทศ
ท่านได้แบ่งปันหลายเรื่องค่ะ ไว้จะมาเล่าให้ฟัง

แต่ที่จะเล่าวันนี้ คือ การวางแผนการใช้เวลาของผู้ที่ประสบความสำเร็จ ต้องวางแบบทุกๆวัน ดังนี้
ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ต่อวัน อาจจะเป็นช่วงเลิกงาน 5 โมงเย็น หรือ 6 โมง

แบ่งงานวันพรุ่งนี้ เป็นงาน A B C

A คือ งานที่ทำรายได้ให้เรา หรือ ประหยัดเวลาให้เรา เราต้องใช้เวลาในการทำสิ่งนี้ก่อนสิ่งอื่นใด

B คือ งานที่สำคัญ แต่ไม่เร่งด่วน เป็นงานที่ทำให้เราไปถึงเป้าหมายในอนาคต เช่น การอ่านหนังสือดีๆ ทุกวัน การเข้าฟังสัมมนา การเรียนออนไลน์ การฝึกทักษะที่เรา อยากชอบให้ ชำนาญและทำเงินได้ ( เช่นการเขียน Blockdit 555 )

C คือ งานที่ไม่สำคัญ และไม่เร่งด่วน ( ชีวิตคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ มักจะหมดเวลาไปกับงานประเภทนี้ )

ถ้าเรามีสติในการวางแผนการใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพของเรา ภายในระยะเวลา ไม่กี่ปี ชีวิตของเราจะดีขึ้นเรื่อย ๆ รายได้ของเราจะสูงขึ้น เพราะทักษะความรู้ที่เพิ่มพูนขึ้น ความคิดที่กว้างขึ้น การได้รู้จักผู้คนใหม่ๆ ทำให้ชีวิตมีโอกาสมากขึ้น มีพันธมิตร และ พาตัวเองจากจุดเดิม ๆ ไปยังจุดใหม่ ๆ ที่เข้าใกล้ เป้าหมายของชีวิต คือ งาน B

ถ้าเราวางแผนในการทำงานมากพอ งาน A คือเราทำงานที่เป็นอาชีพ สร้างรายได้ให้ดี และ หาทางทำให้เกิดประสิทธิภาพ ทำงานใช้เวลาน้อยลง แต่ได้ผลมากขึ้น เราจะมีเวลามาทำงาน B มากขึ้น และถ้าเราไม่เสียเวลากับงาน C ที่ไร้สาระ ไม่เกิดประโยชน์น้อยลง ก็จะมีเวลาสำหรับงาน B มากขึ้น ชีวิตของเราจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด

มีข้อมูลอีกชิ้นหนึ่ง คือ คนที่ประสบความสำเร็จสูงนั้น
1. อ่านหนังสือ อย่างน้อยวันละ 1ชม
2. นั่งสมาธิ
3. ออกกำลังกาย
4. มีการเขียนบันทึกว่า วันนี้ ฉันทำอะไรดีๆ บ้าง ยังมีอะไรอีกบ้าง ที่ฉันจะทำให้ดีขึ้นในวันพรุ่งนี้
5. นอนวันละ 8 ชม.

คนที่รวยมากๆ คือ พันล้านเหรียญ จะนอนวันละ 8 ชม. เพราะเขาจะวางแผนเป็นอย่างดี และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ ทำงานน้อยแต่ได้ผลมาก

ล้านเหรียญ จะนอนวันละ 6-7 ชม. และคนที่รายได้น้อย จะนอนวันละ 4-5 ชม. และนอนไม่เป็นเวลา ตื่นไม่เป็นเวลา เพราะอาจจะบริหารเวลาไม่เป็น เอาเวลาไปเล่นเกม ทำโน่นนี่ ที่เป็นงาน C

สรุปมาฝากค่ะ เราจะได้ใช้ช่วงเวลา ไวรัสโควิทระบาด ถือโอกาส เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ปรับชีวิตของเราให้พุ่งแรง แทนที่จะตกต่ำตามวิกฤต ถึงเวลาแล้วที่จะค้นหาพัฒนาตนเอง ทั้งการอ่านหนังสือดีๆ (รีบไปซื้อมาตุน)

ฟังพอร์ตคาส หนังสือเสียง ฝึกทักษะในฝัน ทำให้เกิดรายได้ใหม่ ๆ กินน้อย ออกกำลังกาย ฝึกสมาธิ และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

ให้กำลังใจทุกท่านนะคะ สามารถปรึกษา หรือ ติดตามหุยได้เช่นกัน จะหาสิ่งใหม่ๆ ให้เสมอค่ะ
ใครคิดว่าข้อมูลนี้มีประโยชน์กับส่วนรวมในสภาวะนี้

ฝากช่วยแชร์นะคะ

โค้ชหุย
Master Business Coach
Business Breakthru
ธุรกิจติดปีก
Magnet แม่เหล็กพลังบวก

สุดยอดกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ทุกช่องทาง

ใครในที่นี้เจอวิกฤต
พิษโควิด ทำธุรกิจรายได้หาย
จะรอดได้ ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่
อย่าให้ ภาษาอังกฤษเป็นอุปสรรคใน
การพาธุกิจให้รอด

สมัครเดี๋ยวนี้เลย

อร์สนี้ดีแค่ไหน คนเรียนหลายพันคน
กดปุ่มนี้ เพื่อลงทะเบียน เรียนทันที
*จำนวนจำกัด มาก่อนได้ก่อนเท่านั้น*

100X Digital Class

ทางรอดธุรกิจ วิกฤตเศรษฐกิจ โควิด-19

ท่านเป็นคนหนึ่งใช่ไม๊ ที่ประสบปัญหาธุรกิจ ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด

  • ยอดขายหายไป เพราะลูกค้าปิดธุรกิจ หรือ ชะลอการซื้อจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
  • ไม่รู้ทิศทาง ว่าวิกฤตนี้จะไปถึงไหน เกิดผลกระทบอะไรตามมา
  • หนี้ก็ท่วม หรือ รายจ่ายก็ไม่หยุด เลือดไหลออกจากธุรกิจตลอดเวลา
  • จะเริ่มต้นปรับกลยุทธ์อย่างไรดี
  • และอื่นๆ

อยากได้คำแนะนำ  อยากได้ทางออก

Days
Hours
Minutes
Seconds
ขอบคุณที่ให้ความสนใจ ขณะนี้ครบจำนวนที่กำหนดโควต้า เรียบร้อยแล้ว พบกันใหม่โอกาสหน้า ขอบคุณค่ะ

สิ่งที่ท่านจะได้ตลอดเวลา 2 ชม. ในการสัมมนาฟรีครั้งนี้คือ

  • ข้อมูล เทรนด์สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลา 18-24 เดือนข้างหน้า
  • การวิเคราะห์พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของลูกค้าปัจจุบันของท่านเอง
  • การวิเคราะห์พฤติกรรมที่จะเปลี่ยนแปลงไปของผู้คนในอนาคต
  • การวางแผนปรับกลยุทธ์ธุรกิจ ทั้งสินค้า บริการ  และ กระบวนการทำธุรกิจของท่านเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้
  • วิธีการลงมือปฎิบัติอย่างเป็นขั้นตอน ในทุกๆด้าน ทั้งการวางแผนการเงิน  บุคลาการ  การตลาด และ การขาย  เพื่อเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส
  • และอื่นๆ ที่ท่านอยากรู้
Days
Hours
Minutes
Seconds
ขอบคุณที่ให้ความสนใจ ขณะนี้ครบจำนวนที่กำหนดโควต้า เรียบร้อยแล้ว พบกันใหม่โอกาสหน้า ขอบคุณค่ะ

เริ่มเรียน
วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2563
เวลา 19:00-21:00 น.

Coach Hui

ทางรอดสำหรับธุรกิจในวิกฤต ไวรัสโควิด19