ebook covid-19

หนังสือ ทางรอดธุรกิจ พ้นวิกฤตโควิด19

หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือธุรกิจ เล่มที่ 2 ของหุย ที่ออกมาเพื่อช่วยเหลือธุรกิจ และผู้คนที่ได้รับผลกระทบกับอาชีพ การงาน รายได้ จากวิกฤตเศรษฐกิจโควิด 19 อย่างรีบด่วน ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นกับธุรกิจ อาชีพการงาน

การเงินของผู้คน จะไม่เหมือนกัน กับ 10-20 ปีที่ผ่านมา นักเศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจ กูรู และโค้ชธุรกิจ ระดับโลกหลายๆท่าน ต่างมีความเห็นที่ตรงกันว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ อาจจะร้ายแรงเทียบเท่าความเสียหายในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ซึ่งสัญญาณเศรษฐกิจในยุคนั้น คือ GDP ติดลบ เป็นเลข 2 หลัก มีคนตกงานว่างงานมากมาย และเกิดภาวะการขาดแคลนทั่วโลก

สัญญาณทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มติดลบนั้น ได้มีการคาดการณ์ไว้ ตั้งแต่ 1-2 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด เพราะเป็นผลกระทบที่สืบเนื่องมาตั้งแต่ วิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ที่สหรัฐอเมริกา และสารพัด มาตราการ QE ที่หลายๆ ประเทศออกมาอย่างฟุ่มเฟือย เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจของประเทศตัวเองให้รอด ในช่วงระยะเวลา เกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ภาระหนี้ต่างๆ ถูกผลักมาเรื่อยๆ จนกลาย เป็นก้อนหิมะ มหึมา ที่พร้อมจะ ถล่มลงมาเมื่อใดก็ได้ ยิ่งเกิด ภาวะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ที่ลุกลามทั่วโลก ยิ่งเป็นตัวเร่ง ทำให้เกิดวิกฤตการณ์ครั้งนี้ เร็วขึ้น จนคนตั้งตัวไม่ทัน

สำหรับหุยนั้น ได้มีการเตรียมการเรื่องนี้ มามากกว่า 2 ปีแล้ว จากการเป็นโค้ชธุรกิจ และ ได้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องจากโค้ชระดับโลกหลายๆ ท่าน หลายๆคน ได้เป็น เมนทอว์ส่วนตัวในด้านต่างๆ ดังที่เพื่อนๆจะได้เห็นจาก Profile ส่วนตัวของหุย และ จากประสบการณ์ทำงานมากกว่า 40 ปี หุยได้ทำงานกับคุณพ่อคุณแม่ตั้งแต่อายุ 12 ปี ได้ติดตามประสานงานให้ท่านในธุรกิจ ในตอนที่ท่านเพิ่งก่อร่างสร้างตัว จนเติบโต จากพนักงาน 4 คน เติบโตเป็นหลายร้อยคน และหุยได้มีโอกาส ทำงานกับเจ้านาย หลายตน ที่สร้างตัว จากกระเป๋าใบเดียว เสื่อผืนหมอนใบจากต่างแดน จนสร้างธุรกิจมูลค่านับพันล้านในเวลาไม่กี่ปี ทุกๆท่านที่เป็นปรมาจารย์เหล่านี้ ได้ถ่ายทอดเคล็ดวิชา พาธุรกิจให้รอดจากการจมน้ำ จนผงาดเป็นธุรกิจใหญ่ ผ่านการลงมือทำ และสอนวิธีคิด วิธีวิเคราะห์ และตัดสินใจ

ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงที่หุยทำงานในบริษัท PricewaterhouseCoopers ประเทศไทย หรือ PwC Thailand ในปัจจุบัน มีงานหนึ่งที่หุยทำตลอดเวลา คือ การติดตามข่าวคราว ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมของลูกค้า แล้ววิเคราะห์ว่า อาจจะมีผลกระทบอะไรต่อธุรกิจของลูกค้าในแง่มุมใดบ้าง และต้องปรับกลยุทธ์อะไร ซึ่งแม้ภายหลังหุยจะลาออกจากองค์กร หุยยังต้องทำงานนี้ต่อเนื่องหลายปี เพราะลูกค้าหลายรายยินดีซื้อข้อมูลนี้

หุยเชื่อว่า ประสบการณ์ตรงที่มีค่าของหุย ร่วมกับการเรียนรู้โดยตรง กับโค้ชระดับโลกหลายท่าน ที่เป็นเมนทอว์ ส่วนตัวของหุย จะสามารถ ทำให้หุย สามารถ ทำภารกิจนี้ จนสำเร็จ คือ การช่วยนำพา เพื่อนๆนักธุรกิจไทย และต่างประเทศ ให้สามารถรอดพ้นวิกฤตไวรัสโควิด และผลกระทบหลังโควิดให้มากที่สุด ทั้งในรูปแบบของ งานเขียน หนังสือ วีดีโอคลิป FB Live และ การโค้ชชิ่งแบบสด ทาง Zoom หรือ แม้แต่ เข้าไปโค้ชในองค์กร

หนังสือเล่มนี้ จะเป็นหนึ่งสื่อ ที่หุยจะใช้ในการปลุกผู้คน และนักธุรกิจ ให้ตื่นจากความตระหนก และกลับมาตระหนักถึงผลกระทบของการไม่ลงมือพัฒนาองค์กร และยอมรับ และรับมือการเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน

ไม่มีเวลาเหลือมากนักให้เราเตรียมตัว
ถ้าเราไม่เปลี่ยนเอง โลกก็จะบังคับให้เราเปลี่ยน
ถ้าเราไม่ยอมรับผิดชอบด้วยการลงมือควบคุมสถานการณ์ด้วยตัวเอง
โลกจะมาควบคุมแทนเรา และเราก็จะสูญเสียอำนาจของการควบคุม แล้วชะตาชีวิต ก็จะพัดพาชีวิตของเรา และลูกน้อง และครอบครัว ไปตามกระแสที่เชี่ยวกราก

<< แล้วเราและผู้คนรอบตัวเราจะเป็นอย่างไร >>

หวังว่า หนังสือเล่มนี้ จะเป็นตัวจุดไฟ และเป็นภาพใหญ่ที่ทำให้ทุกคนมองเห็นแนวทางในการเริ่มต้น ฝ่าวิกฤตในครั้งนี้ แล้ว เรามาร่วมกันทำงานกันต่อไปใน FB กลุ่มปิด “พลิกธุรกิจให้เป็นดาวรุ่ง กำไรพุ่งหลังโควิด 19” ในกลุ่มปิดนั้น หุยตั้งใจให้เป็นพื้นที่ของการช่วยเหลือและแบ่งปัน การเชื่อมโยงธุรกิจ ไม่ให้มีการซื้อขายกันในนั้น ไม่ใช่พื้นที่ขายของ แต่เป็นเพื่นที่แห่งความร่วมมือ ที่จะพาธุรกิจรอดไปด้วยกัน และสามารถ ติดตาม และติดต่อกันได้ในนั้น หรือ ติดต่อหุยได้ที่เวบไซต์ ultramindcoach.com

ขอแสดงความขอบคุณ และปรารถนาดีจากใจ

โค้ชหุย
รัตนา ธนสารกิจ
Master Business Coach
Magnetแม่เหล็กพลังบวก

** มาเรียนรู้ร่วมกันในรูปแบบ Ebook เร็วๆ นี้ค่ะ **

ปันสุข

ใส่ของในตู้ปันสุข ต้องสร้างปัญญาด้วย

หลายวันนี้ หุยชื่นชมไอเดียของตู้ปันสุขนะคะ เป็นสิ่งที่เราทุกๆคนในสังคม สามารถแบ่งปันความสุขและกำลังใจให้คนมากมายในสังคมที่เดือดร้อนได้จริงๆ จะทำให้พวกเรา สามารถผ่านพ้นปัญหาไปด้วยกัน อย่างไม่ทุกข์ยากเกินไป แต่การที่มีกลุ่มคนเล็กๆกลุ่มนึงที่ทำตัวไม่เหมาะสม มาตระเวณเอาของไปหมดตู้ โดยไม่เผื่อแผ่ให้เพื่อนๆที่เดือดร้อนคนอื่น และอาจจะก่อการทำซ้ำ ทำตาม จนผู้คนเอือมระอา ก็เป็นที่วิพากย์วิจารณ์ในตอนนี้

หุยอยากแนะนำว่าทการให้ของเรา อย่าให้แต่ของ แต่จงให้ปัญญา และให้กำลังใจด้วย คนที่กระทำตัวไม่น่ารัก แสดงความละโมภโลภมาก เห็นแก่ตัว

ส่วนลึกนั้น มาจากความ “กลัว” กลัวความขาดแคลน กลัวไม่มี กลัวไม่ได้ กลัวไม่เหลือจึงอยากได้ อยากได้มากที่สุด

หลายๆ คน แม้ภายหลังร่ำรวยแล้ว ก็ยังมีนิสัยสันดานเช่นนี้ คือ เห็นแก่ตัว ละโมภโลภมาก มีมหาเศรษฐีหลายคน ก็มีสันดานแบบนี้ เพราะอดอยากยากจน ลำบากมาแต่เกิด มันฝังในจิตใต้สำนึก

ดังนั้นวิธีการง่ายๆที่พวกเราทำได้ ในการแก้พวกนี้ คือ พิมพ์สติกเกอร์ หรือถ้อยคำให้กำลังใจ ในของทุกชิ้น

โดยเป็นคำที่ดี ให้กำลังใจ โปรดหยิบคนละชิ้น ให้ทุกคนมีความสุขด้วยกัน ถ้าคนเอาไป เค้าเจอคำนี้ทุกๆ วัน อัตโนมัติ มันจะถูกบันทึก โปรแกรมในจิตใต้สำนึก จะค่อยๆบรรเทาความละโมภ และจะรู้สึกผิดที่จะมาเหมาหมดตู้ และถ้าเค้าจะเอาไปขาย

เขาต้องลอกสติกเกอร์ออกทีละอัน ก็ต้องเห็นถ้อยคำพวกนี้อยู่ดี มันจะบันทึกโดยอัตโนมัติในใจของเค้าค่ะ

ลองดูนะคะ เทคนิคนี้ใช้ได้ผลเสมอ และพวกเราก็โดนคนใช้สิ่งนี้ตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัว เราใช้สิ่งนี้ ช่วยคนได้ค่ะ

อย่าซื้อแต่ของ ให้แต่ของนะคะ จงให้ถ้อยคำที่ให้พลังและกำลังใจด้วย จะเปลี่ยนโลกได้ ค่ะ

ทฤษฎีกลุ่มผู้ใช้สินค้า

ทำไมอาจจะมีคน ไม่น้อยกว่า 50% เสียหายหนักหรืออยู่ไม่รอดหลังเกิดวิกฤต

ตามรูปนี้คือ ทฤษฎีกลุ่มผู้ใช้สินค้า และบริการ ทั้ง 5 กลุ่ม ที่มาปรับใช้กับการยอมรับการเปลี่ยนแปลง และสิ่งใหม่ๆที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้

ในความเห็นส่วนตัวของหุย จากการศึกษาพฤติกรรมของคน ซึ่งปกติ เป็น “ผู้บริโภค” จะแบ่งเป็น 5 กลุ่มค่ะ ไม่มีอะไรผิดนะคะ แต่ละประเภทจะปรับตัวไม่พร้อมกัน

1) Innovators คือ พวกบุกเบิก พวกนี้ จะคิดอะไรไม่เหมือนคนอื่น คิดต่าง แหวกแนว และจะเป็นผู้ริเริ่มทำอะไรใหม่ๆ

2) Early Adopter : หรือ ผู้นำกระแส พวกนี้จะไม่ได้คิดค้น ริเริ่ม แต่พอเห็นมีอะไรใหม่ๆ เค้าจะเป็นพวกแรกที่จะลองของแปลกใหม่

3) Early Mojority : พวกนี้ พอเห็นกระแสของโลก หรือสังคมเป็นตามนี้ เค้าก็จะค่อยๆออกจาก Comfort Zone ยอมปรับตัว ยอมเปลี่ยน

4) Late Majority : หรือตามกระแส พวกนี้ จะเป็นพวกว่า ทุกคนทำแบบนี้แล้ว แม้ฉันจะไม่เห็นด้วย แต่ว่าไง ก็ว่าตามกัน

5) จำนน คือ ไม่ชอบ ไม่ยอม และอาจจะไม่ทำตามด้วย ต่อต้านตลอด พวกนี้จะถูกทิ้งอยู่เบื้องหลัง

อยากบอกว่า ถ้าเข้าใจประเด็นนี้ จะทำใจค่ะว่า ไม่มีทางที่เราจะทำอะไรแล้วคนจะเห็นด้วยทุกอย่าง โดยเฉลี่ย จะมีคนประมาณ 16% ที่ถูกทอดทิ้งอยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่เป็นเพราะเราไม่ช่วย หรือสังคมไม่ช่วย แต่เป็นเพราะนิสัยของเค้าเอง

จะมีคน 50% เท่านั้นที่อาจจะฝ่ากระแสการเปลี่ยนแปลง และปรับตัวได้ จะมีคนประมาณ 34% ต้องรอจนตัวเองเสียหายสุดๆก่อน จึงจะยอมเปลี่ยน และมีคน 16% ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเลยค่ะ

สรุปคือ จะทำอะไรที่ต้องทำก็ทำไปค่ะ คนจะค่อยๆตามเอง ใครไม่ยอมพยายามจะปรับตัว เราค่อยหาทางไปจัดการเค้าทางอื่น จะเรียนอาชีพ ทำมาหากิน ปลูกพืชผัก ทำงานที่ไม่ต้องเรียนก็ยังได้ เค้าไม่ยอมปรับตัวเรื่องการเรียนออนไลน์ ก็ให้ใช้จุดเด่นคือ วิถีชุมชน หรือ การทำงานวิชาชีพไปค่ะ

อันนี้ Apply ทั้งเรื่องการไม่ยอมปรับตัวเรื่องการเรียนออนไลน์ หรือ การทำธุรกิจ ประกอบอาชีพการงานนะคะ

ถ้าเรารีบยอมรับและปรับตัว กำไรจะสูงอยู่ เสียหายจะน้อยกว่า และมีโอกาส แต่รอให้คนปรับตัวกันหมด เรามาตามเพราะจำยอม ตอนนั้น ตลาดวายแล้ว ทำไปก็เหนื่อยมาก กำไรน้อย และตัวเองก็เสียหายหนักมากแล้ว ค่อยมาปรับตัว บางคนจึงฆ่าตัวตาย เพราะรับไม่ได้

ให้กำลังใจให้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตนเอง …
อย่ารอรัฐบาลช่วย เพราะคนช่วย เค้าช่วยได้ไม่หมดหรอกค่ะ

Game Changer

จุดเริ่มต้นของ Game Changer Mastermind Course

ตั้งแต่ปีที่แล้ว หุยมีความห่วงใยปัญหาเศรษฐกิจโลกที่กำลังใกล้จะแตก สัญญาณดังขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นความเปราะบาง ผันผวนของเศรษฐกิจโลก หนี้สินที่รุงรัง และการเปลี่ยนแปลงของเทคโทโนโลยี IT เริ่มส่งผลกระทบต่อธุรกิจและผู้คนที่ไม่ปรับตัว ทะยอยปิดตัว ทะยอยตกงาน ทั่วโลก จนคราวนี้ เจอไวรัสโควิด การเปลี่ยนยิ่งหนักและเร็วกว่าเดิม เพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตเปลี่ยนหมดจากความหวาดกลัว และกฎหมาย

หุยได้ตั้งจิตไว้ว่า จะช่วยคนให้มากที่สุด ในเดือนกันยายน หุยได้รับกระแสพระดำรัสจากบุรพกษัตริย์ ทั้ง 7 พระองค์ ที่ อุทยานราชภักด์ หุยรู้ว่า สิ่งที่ร่ำเรียนมา ทั้งจาก โค้ช Michael Bolduc, Vince Tan, Rommie

และอีกหลายๆท่าน จะต้องนำมาใช้ในงานนี้ โชคชะตาพาหุยมาถึงจุด ๆ นี้ เพราะจะต้องทำงานเพื่อชาติ

ระหว่างเกิดเหตุการณ์ หุยแทบไม่ได้ทำอะไรตามสมองสั่ง แต่จิตชี้ทางให้ทำแบบนั้นแบบนี้ จิตนำทาง สมองและทักษะค่อยทำงานตามจิตสั่ง ตอนที่จะคิดช่วยคนให้มากกว่านี้ ก็มีคำแนะนำเรื่องนี้ มาทันที คนที่มาแนะนำก็ไม่รู้ว่า หุยขาดเรื่องนี้ หุยเองก็ประหลาดใจที่จู่ๆ หุยก็ได้คุยกับคนนี้ เหมือนกับว่า เค้ามาคุยเพื่อวางแผนนี้ให้หุยเดิน

หุยทำทันที และหุยก็รู้ว่า หุยต้องทำอย่างไรให้เกิดต้นแบบแห่งการร่วมมือพึ่งพากัน พากันให้รอด พากันให้โต ด้วยความรักความเมตตา ซื่อสัตย์ต่อกัน และมีความสามารถ

ทักษะความสามารถทั้งหลายทั้งปวง ใน ฐานะ Master NLP Coach, Success Coach, Master Business Coach การขาย และ กลยุทธ์ธุรกิจ ถูกนำมาใช้ในการปั้นคนในคอร์สนี้

แม้คอร์สนี้จะถูกออกแบบมาเพื่อช่วยคน ….
แต่คอร์สนี้ มีค่าใช้จ่าย เพราะคนที่ไม่จ่าย เค้าไปไม่รอดเลย แม้แต่รายเดียว!!!!

คนที่จ่ายเงิน กลับทุ่มเทฝึกทุกอย่าง เพราะเค้าตั้งใจจะให้เกิดผลลัพธ์
และหุยก็ตั้งใจว่า เมื่อเกิดผลลัพธ์ เค้าจะได้มากกว่าที่เค้าจ่ายเรา เป็น 10 เท่า แถมมีเงินก้นถุงด้วย

คอร์สนี้ หุยตั้งใจที่จะฝึกนิสัยของการเป็น คนที่ประสบความสำเร็จให้คนในกลุ่ม ไม่ได้แค่บอก แต่สร้างและตอกย้ำเลย สร้างทักษะในการทำธุรกิจ ทุกรูปแบบ เติมส่วนที่ขาด และที่สำคัญ คือการสร้างจิตสำนึกแห่งการเป็นผู้ให้ การอ่อนน้อมถ่อมตน และความกตัญญู การสร้างพันธมิตร เพราะถ้าขาดสิ่งเหล่านี้ โอกาสจะประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ยากมาก

รอดูค่ะว่า หุยจะฝ่า ความท้าทายแห่งเป้าหมายของตัวเองนี้ ไปได้ไกลแค่ไหน หุยจะพาคนได้กี่คนที่จะเป็นผู้นำ ให้ต่อยอดช่วยผู้คนต่อไป

หุยเชื่อว่า เบื้องบนจะนำทาง

## ไม่สู้ก็ตาย สู้ยังมีสิทธิ์รอด ##

หุยใช้อินเตอร์เนตบ้านกับผู้ให้บริการรายเล็กรายหนึ่งมานาน ตั้งแต่ย้ายมาเมืองไทย ไม่เคยย้ายค่าย สงสารค่ะ เค้าเป็นรายเล็กกระจิ๋วที่มาในยุคแรก ๆ เวลาผ่านมาหลายๆ ปี เนตหลุดประจำ หุยต้องโทรไปตาม เกิอบทุกอาทิตย์ เนตเดี้ยงประจำ จนต้องใช้ 4G ช่วยตลอด

แต่หุยก็พยายามที่จะช่วย ลูกค้าในตึกของหุย ทะยอยเปลี่ยนไปหารายใหญ่ทีละห้อง ๆ ส่วนอินเตอร์เนตเจ้าเก่า เหลือคนใช้เนตบ้านของเค้าน้อยลงเรื่อย ๆ ในวันที่เค้ายังมีกำไร มีลูกค้า เค้าไม่ยอมซ่อม หรือเปลี่ยนอุปกรณ์
อุปกรณ์หมออายุ สัญญาณแย่ เพราะอุปกรณ์เก่า แต่เค้าก็ไม่เคยคิดจะเปลี่ยน ไม่อยากลงทุน ทำให้บริการแย่ลงเรื่อย ๆ

จนถึงวันนี้ ลูกค้าหายไปจนหมด หุยน่าจะเป็นคนท้ายๆที่ต้องไป เพราะหุยแทบจะทำงานไม่ได้เลย ในวันที่ ทุกคนต้อง เรียนที่บ้าน ทำงานที่บ้าน ถ้าเค้ายอมสู้ ตั้งแต่เค้ายังมีลูกค้าเยอะพอ ตอนนี้เค้าอาจจะยังรอดได้ แต่เพราะเค้าไม่ทำ ลูกค้าจึงไม่สามารถจะให้โอกาสเค้าอีก

ในยุคของโควิด 19 กับวิกฤตเศรษฐกิจที่จะตามมา มีหลายธุรกิจ ที่อาจจะไม่รอดแล้ว มีหลายธุรกิจ อาจจะยังมีโอกาสรอด แต่ถ้าไม่ทำอะไร คงต้องจากไป พร้อมสึนามิทางเศรษฐกิจ เพราะเมื่อเราไม่ยอมเปลี่ยน

#เราไม่สู้
#เราก็ต้องตาย

Metta

## เมตตา หรือ ข้ออ้าง ##

มีหลายต่อหลายคน บอกกับตัวเองว่า หยุดเถอะ แค่นี้ก็พอแล้วล่ะ เหนื่อยแล้วล่ะ พักเถอะ พอเถอะ แค่ไหนแค่นั้น ทำให้เราไม่สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของตัวเอง

ในวันที่เราเริ่มอึดอัด รู้สึกลำบาก ทรมาร เหนื่อย มันคือเรากำลังจะทะลุกรอบแล้ว ทนอีกนิดก็ผ่านแล้ว แต่คนที่ล้มเหลว เค้าจะยอมแพ้แค่นี้ พอแล้ว เจ็บแล้ว ไม่ไหวแล้ว และชีวิตของเค้าก็อยู่ที่เดิม

พร้อมความเข็ดหลาบ คนที่ไม่ยอมจำนน เค้าจะไม่มีข้ออ้าง เค้าอาจจะพัก แต่เค้าจะขึ้นมาทำใหม่ในวันรุ่งขึ้น เพราะเค้ารู้ว่า กรอบที่กั้นตัวเค้าจากความสำเร็จ มันใกล้จะทะลุแล้ว

#โค้ชหุย
#แม่เหล็กพลังบวก

Future Education

หลักสูตรอนาคตของการศึกษาโลก ตอบโจทย์การเรียนรู้รึเปล่า

ตอนนี้และต่อไป คนจะตกงานเยอะมาก เพราะบริษัทก็ไม่อยากมีภาระแบกพนักงาน แต่ละคนจะกลายเป็นฟรีแลนซ์ เชี่ยวชาญในสิ่งที่เราชอบ แล้วเราต้องฝึกให้ดี และชำนาญ จึงจะได้งานต่อเนื่อง ทุกคนต้องเสนอขายเป็น ต้องรู้จริงในงานที่ทำ งานที่ประจำ อาจจะมีน้อยมาก

แม้แต่ครู ต่อไปก็จะไม่มี มีแต่เป็นที่ปรึกษาเป็นโค้ชให้นักเรียนว่าเค้าอยากสำเร็จ แบบนั้นแบบนี้ เค้าต้องศึกษาอะไร ต้องฝึกอะไร

อาชีพต่อไปคือการทำให้ชุมชนอยู่รอด อาชีพของชุมชน แบ่งงานกัน ทั้งผลิต ทั้งการตลาด ขนส่ง เกิดธุรกิจชุมชน ที่ต้องฝึกลูกหลานตัวเองให้เชี่ยวชาญ แบ่งงานกัน แบ่งเงินกัน นำโอกาสมาให้ชุมชน

อย่าเปลืองสมองและเวลาไปกับการเรียน 80 แล้วได้ผลแค่ 20

จงเรียนในสิ่งที่เรียนแค่ 20 แต่สร้างผลลัพธ์หรือรายได้มากกว่า 80

หุยเรียนในระบบมา เรียนมาหมดเงินเป็น 10 ล้านเล็กจนโต บอกตรงๆ ใช้ความรู้ที่เรียนมา ไม่ถึง 20 %

เรียน Sin cos tan ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ลงหม้อหมด

อย่าเสียเวลาให้เด็กมาท่องจำอะไรพวกนี้เลย อีกหน่อย ไม่ถึง 5 ปี มันคำนวณเก่งกว่าเราเป็นเสี้ยววินาที จงฝึกทักษะที่จำเป็น เรียนวิชาที่จำเป็น เพราต่อไปสิ่งใหม่ๆที่ต้องเรียนมันเยอะมากๆ

ดังนั้นระบบการศึกษาและหลักสูตรการศึกษาต้องปรับแนวนี้วิชาไร้สาระโบราณเอาเป็นวิชาเลือก เผื่ออยากเรียนเพลินๆ เพราะต่อไปสิ่งใหม่ๆที่ต้องเรียนรู้จะเยอะมาก ต้องเลือกเรียนเฉพาะที่จะใช้ทำมาหากินได้ค่ะ

Coach Hui

## ความภาคภูมิใจของคนเป็นโค้ช ##

ใครๆ คงคิดว่าสิ่งที่ภาคภูมิใจของคนเป็นโค้ช คือ การขายเก่ง ได้ลูกค้าเยอะๆ มีลูกค้าเดือนนึง เป็นสิบ สอนลูกค้าทุกวัน รายได้เดือนนึงหลาย ๆ แสน

แต่ไม่ใช่หุยค่ะ… เทียบกับโค้ชคนอื่น รายได้ของหุย น้อยกว่าคนอื่นเยอะมาก ที่ผ่านมาตลอดการเป็นโค้ช

หุยเป็นโค้ชที่เลือกลูกค้ามาก ไม่ใช่ใครคิดจะจ่ายเงิน หุยก็โค้ช นะคะ
เพราะหุยเลือกว่า คนๆนั้น เค้าเหมาะสมที่เราจะโค้ชหรือไม่ ลูกค้าของหุย เป็นคนที่พูดจิง ทำจริง ไม่มีข้ออ้าง เป็นคนที่สู้ไม่ถอย และพร้อมที่จะทำเพื่อให้องค์กรเติบโต

สิ่งที่หุยอยากเห็น คือ ผลลัพธ์ ที่นำพาลูกค้าเติบโต และมีความสุข วันนี้หุยได้รับคำขอบคุณและคำบอกเล่าจากลูกค้า 2 ราย

<< ลูกค้ารายแรก >>

เป็นลูกค้ารายแรกที่หุย ดูแลด้วยตัวเอง เธอเล่าให้ฟังว่า ก่อนมาเจอโค้ชหุย ธุรกิจไม่รู้จะไปทางไหน ติดหล่มมาหลายปีไม่มีทางไป แต่หลังจากเจอ บริษัทตอนนี้มั่นคง
เพราะมี Mindset ใหม่ ปรับวิธีการทำงานและกลยุทธ์ ตอนนี้ วิกฤตโควิด 19 กลายเป็นโอกาสของเรา ยอดขายไม่ตก กลับดีขึ้นด้วย

<< ลูกค้ารายที่ 2 ขอบคุณมาว่า >>

โชคดีที่โค้ชคอยมาเตือน แม้จะโค้ชจบไปนานแล้ว

โค้ชก็มาคอยส่งข่าว และคอยเตือน ตอนนี้ คนอื่น ติดดอย ชุด PPE หน้ากาก เจล
แต่บริษัท เริ่มก่อน จบก่อน ถ้าโค้ชไม่มาเตือนตั้งแต่แรก เราคงติดกับดักด้วย Stock ที่ไม่มีใครเอา เพราะตลาดเต็มแล้ว ลูกค้าของหุยมีหลายนิสัย คนที่น้ำเต็มแก้ว ให้อะไรก็ล้นแก้ว

หุยทำหน้าที่ให้เต็มที่ เท่าที่โค้ชคนนึงจะทำได้ แต่หุยไม่ได้สามารถจะช่วยใครที่ไม่คิดจะช่วยตัวเอง จ่ายเงืนค่าโค้ช แต่ไม่ลงมือทำ มันไม่ได้ผลหรอกค่ะ ได้ไปก็ไม่ครบ คุณได้เท่าที่คุณลงมือทำ และถ้าไม่จ่ายเงินค่าโค้ช หรือจ่ายถูกๆ

คุณก็ไม่ได้อะไรเหมือนกัน เพราะคุณไม่เห็นคุณค่าของคำแนะนำที่ให้ และไม่ปฎิบัติเหมือนเทน้ำลง มือเปล่าๆ ที่ไม่มีแก้ว น้ำไหลทิ้ง เพราะมือเปล่าที่ไร้ภาชนะ ไม่สามารถบรรจุน้ำไว้ได้


## ขอบคุณลูกค้าสองราย ##

ที่ส่งต่อพลังให้โค้ชคนนี้ได้ไปต่อ ใครจะเป็นอย่างไร หุยไม่รู้นะ หุยทำงานด้วยความฝันอันสูงสุด
และหุยจะเลือกสอนคนที่คู่ควร กับ การสอนของหุย เท่านั้น

โค้ชหุย
Millions Dreams ฝันที่ไม่เคยดับ

Millions Dreams ฝันที่ไม่เคยดับ

วันนี้ได้มีโอกาสฟังเพลงนึง น้ำตารื้นขึ้นมาอย่างเต็มตื้น

Cause every night, I lie in bed
The brightest colors fill my head
A million dreams are keeping me awake
I think of what the world could be
A vision of the one I see
A million dreams is all it’s gonna take
Oh, a million dreams for the world we ‘re gonna make

มันตรงกับหุยมาก ทุกวันนี้ หุยทำงานแทบไม่ได้กินไม่ได้นอน ไม่เคยเหน็ดเหนื่อย ไม่เคยท้อถอย
หุยมีความฝันมากมาย หุยมองเห็นภาพของโลกที่หุยอยากสร้าง ไม่ว่าใครจะว่า หุยบ้าบอ แค่ไหน สติเฟื่อง หรือ อะไร

หุยไม่สนใจ หุยสนใจแต่จะทำอย่างไร ให้ฝัน เป็นจริงให้มากที่สุด ในสภาวะวิกฤตของโลก ทำให้ผู้คนตื่นตัวกัน หุยเห็นความช่วยเหลือกัน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ บุคลากรทางการแพทย์ เหล่าจิตอาสา หน่วยกล้าตาย ออกมาช่วยเหลือผู้คน แม้จะต้องห่างกับคนที่รักและครอบครัว และประชาชน ต่างให้กำลังใจกันช่วยเหลือกัน หรือพยายามดูแลตัวเอง

เหล่าโค้ช และผู้มีความรู้พยายามศึกษากลยุทธ์ฝ่าวิกฤต และออกมาแบ่งปันช่วยเหลือผู้คน นำทางผู้คน ให้สามารถฝ่าไปด้วยกัน เราทุกคนเกิดมาเพื่อทำหน้าที่ของตัวเอง ความทุกข์ยากลำบากที่เราเผชิญ มันเป็นเพียงภาพมายา อารมณ์และความรู้สึก ล้วนเป็นสิ่งที่ผ่านเข้ามาให้เราเรียนรู้ ให้เราสามารถฝ่าฟันไป

จะได้เห็นการเกิด และดับ แห่งทุกข์และปัญหาให้ชัดเจน ภาพฝันมากมายของหุย ก็มีไว้ให้หุยได้ทดสอบตัวเอง ว่าหุยจะสามารถพาตัวเอง ไปถึงจุดไหน พาโลกไปได้ไกลแค่ไหน ไม่ว่าหุยจะทำได้แค่ไหน หรือ ไปถึงจุดไหน

หุยก็เป็นคนที่สุดยอดทั้งนั้น เพราะ เราเลือกที่จะทำ หรือเลือกที่จะไม่ทำ
หุยก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ความฝันเป็นล้านของหุย
หุยจะทำได้แค่ไหน ถ้าทำสุดฝีมือ

เปลี่ยนความกลัว ให้เป็นความกล้า

เปลี่ยนความกลัว ให้เป็นความกล้า

เพื่อนๆ หลายคนที่ติดตามหุยเป็นประจำ ใน FB Rattana Mnshang หลายคนมาทักว่า ทำไมหายไปหลายวัน ไม่ค่อยโพสต์อะไรเลย หุยอยากแบ่งปันให้ฟังค่ะ ว่าช่วงนี้หุยเจออะไรบ้าง

FB ในช่วงนี้มีความ Sensitive สูงมาก เพราะผู้คนหันมาใช้ FB ในการขายของเยอะมาก เพื่อเป็นช่องทางทำมาหากิน FB เป็นสื่อ social media ที่คนไทยชอบ ดังนั้น อัลกอริทึ่มของมัน จะจับเรื่องการโพสต์เยอะเป็นพิเศษ ยิ่ง FB ส่วนตัวของใคร มีความเคลื่อนไหวสูง มีคนตามเยอะผิดปกติ จะโดนจับ ทำให้หุยโดน Block การโพสต์ทุกวัน และเมื่อโดนจับผิดแล้ว มันจะตามจับผิดทุกวันเลยค่ะ และถ้าใครพึ่งพา FB เยอะ ๆ ในการทำมาหากิน เวลาเจอปัญหานี้ จะเดือดร้อนหนักมาก

แต่หุยเองได้มีการเตรียมความพร้อมเรื่องนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว จากการที่หุยได้เรียน ออนไลน์ ของ CEO Blog ซึ่งทำได้ดีมากๆ เลย ในการให้ความเข้าใจเรื่องการทำงานของ การตลาดออนไลน์ ความสำคัญของการทำเวบไซต์ เมื่อเข้าใจแล้ว หุยจึงมีการเตรียมความพร้อม ที่จะรับมือ การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขตลอดเวลาของ FB เพราะถ้าเราไม่เตรียมตัว เราคงกลัวและกังวล เพราะเราไม่มีแผนรับมือ

<< นี่คือ “การเปลี่ยนความกลัว เป็นความกล้า” >>

เราจะไม่สามารถเปลี่ยนความกลัว เป็นความกล้าได้เลย
ถ้าเราไม่เตรียมความพร้อมที่จะรับมือ

หุยสร้างเพจมารองรับตั้งแต่ปีที่แล้ว ย้าย Traffic ส่วนนึงมาที่เพจ และ Content ต่าง ๆ หุยสร้างกลุ่มปิด เพื่อสร้างกลุ่มลูกค้า Active เพื่อให้บริการเป็นพิเศษ สร้างทีมงานเล็ก ๆ จิตอาสา มาช่วยดูแลเพจ และสร้างเวบไซต์ไว้รองรับ เพราะ Website คือ สมบัติของเรา

แต่การใช้ FB หรือ Social Media มันไม่ใช้สิทธิ์ขาดของเรา เค้าจะปิดเราเมื่อไหร่ก็ได้ และเมื่อหุยเห็นสิ่งผิดปกติในการทำงาน หุยสร้าง Account ใหม่ มารองรับการทำงาน

เราลองสังเกตดู :

เราจะรู้สึกอย่างไรคะ ถ้าเราต้องเดินทางไปในที่ ๆเราไม่เคยไป

เรารู้สึกอย่างไร ถ้าเราเดินทางในที่ ๆมืดมิด ไม่มีทางให้เห็น

เราจะรู้สึกอย่างไร ถ้าเราเดินทางไป โดยมีเครื่อง GPS หรือแผนที่นำทาง

เราจะเป็นอย่างไร ถ้าเราไปที่ ๆไม่เคยไป แต่เรามีการอ่านรีวิว และวางแผนการเดินทางก่อน

เราจะรู้สึกอย่างไร ที่เราไม่เพียงแต่มีแผนที่ มีแผนการเดินทาง แต่เรายังจองที่พัก และตั๋วเข้าสถานที่สำคัญไว้แล้ว

ชีวิตก็เช่นกัน ในภาวะเช่นนี้ เราไม่มีวันรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ในภาวะวิกฤต สถานการณ์เปลี่ยนแปลงวันต่อวัน การใช้ชีวิตช่วงนี้ ต้องมีแผนหนึ่ง แผนสอง และต้องเตรียมสรรพกำลัง อาวุธให้พร้อม

หุยเองก็เหมือนกัน เรื่องการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของ FB และอื่น ๆ หุยเตรียมมาตลอด ปีที่แล้ว หุยมีแผนหลายแผน รองรับการงานของหุย และหุยติดตามศึกษาเรียนรู้ตลอดเวลา เพื่อตัวเอง และช่วยเหลือลูกค้าด้วย

เพราะ หุยเคยผ่านวิกฤตมามากมาย จนรู้ว่า

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน และถ้าทำได้ เราก็เป็นที่พึ่งให้คนอื่นด้วย และมองหาพันธมิตรที่เกื้อกูลกัน พากันเติบโต

เพราะในการที่จะเอาชีวิตรอด เหมือนกัน ปีนเขา ที่เราต้องมีคนทั้งช่วยดึง ช่วยผลัก แล้วเราก็ดึงเค้า และผลักเค้าให้ถึงยอดเขาด้วยกัน

คนที่จะพิชิตยอดเขาสูง ไม่มีใครที่จะเดินทางคนเดียว ในวิกฤตนี้ จงเปลี่ยนความกลัว เป็นความกล้า ด้วยการศึกษาเส้นทางให้ชัดเจน วางแผนรับมือ ฝึกฝนตนเอง สร้างทีม และพันธมิตร

” แล้วเรา จะฝ่าวิกกฤตนี้ด้วยกัน “
ให้กำลังใจค่ะ

สุดยอดกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ทุกช่องทาง

ใครในที่นี้เจอวิกฤต
พิษโควิด ทำธุรกิจรายได้หาย
จะรอดได้ ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่
อย่าให้ ภาษาอังกฤษเป็นอุปสรรคใน
การพาธุกิจให้รอด

สมัครเดี๋ยวนี้เลย

อร์สนี้ดีแค่ไหน คนเรียนหลายพันคน
กดปุ่มนี้ เพื่อลงทะเบียน เรียนทันที
*จำนวนจำกัด มาก่อนได้ก่อนเท่านั้น*

100X Digital Class

ทางรอดธุรกิจ วิกฤตเศรษฐกิจ โควิด-19

ท่านเป็นคนหนึ่งใช่ไม๊ ที่ประสบปัญหาธุรกิจ ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด

  • ยอดขายหายไป เพราะลูกค้าปิดธุรกิจ หรือ ชะลอการซื้อจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
  • ไม่รู้ทิศทาง ว่าวิกฤตนี้จะไปถึงไหน เกิดผลกระทบอะไรตามมา
  • หนี้ก็ท่วม หรือ รายจ่ายก็ไม่หยุด เลือดไหลออกจากธุรกิจตลอดเวลา
  • จะเริ่มต้นปรับกลยุทธ์อย่างไรดี
  • และอื่นๆ

อยากได้คำแนะนำ  อยากได้ทางออก

Days
Hours
Minutes
Seconds
ขอบคุณที่ให้ความสนใจ ขณะนี้ครบจำนวนที่กำหนดโควต้า เรียบร้อยแล้ว พบกันใหม่โอกาสหน้า ขอบคุณค่ะ

สิ่งที่ท่านจะได้ตลอดเวลา 2 ชม. ในการสัมมนาฟรีครั้งนี้คือ

  • ข้อมูล เทรนด์สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลา 18-24 เดือนข้างหน้า
  • การวิเคราะห์พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของลูกค้าปัจจุบันของท่านเอง
  • การวิเคราะห์พฤติกรรมที่จะเปลี่ยนแปลงไปของผู้คนในอนาคต
  • การวางแผนปรับกลยุทธ์ธุรกิจ ทั้งสินค้า บริการ  และ กระบวนการทำธุรกิจของท่านเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้
  • วิธีการลงมือปฎิบัติอย่างเป็นขั้นตอน ในทุกๆด้าน ทั้งการวางแผนการเงิน  บุคลาการ  การตลาด และ การขาย  เพื่อเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส
  • และอื่นๆ ที่ท่านอยากรู้
Days
Hours
Minutes
Seconds
ขอบคุณที่ให้ความสนใจ ขณะนี้ครบจำนวนที่กำหนดโควต้า เรียบร้อยแล้ว พบกันใหม่โอกาสหน้า ขอบคุณค่ะ

เริ่มเรียน
วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2563
เวลา 19:00-21:00 น.

Coach Hui

ทางรอดสำหรับธุรกิจในวิกฤต ไวรัสโควิด19