ความอ่อนแอ ไม่สร้างคนให้เติบโต

ผู้คนในสังคมจำนวนมาก มักคิดว่า เวลาใครทำอะไรให้เรารู้สึกสงสาร เราจะให้ความช่วยเหลือเขา การกระทำแบบนี้ เป็นการทำให้ คนๆ นั้นยิ่งอ่อนแอ เพราะ จิตใต้สำนึกของเขาจะบอกว่า …

ถ้าเขาทำตัวน่าสงสาร ทำตัวอ่อนแอ เค้าจะได้รับความรัก ความเห็นใจ และความช่วยเหลือ ความสนใจจากผู้คน..กลับมา

สุดท้ายแล้ว ผลที่ตามมา พลเมืองไทย
จะเต็มไปด้วยคนที่รอความช่วยเหลือจากรัฐบาล และรอความช่วยเหลือจากโชคชะตา
.

การที่เราจะสร้างพลเมืองไทย หรือ ลูกหลานในสังคมให้แข็งแกร่ง คือ

#การชื่นชมในสิ่งที่เขามี ไม่ใช่การชี้ให้เขาเห็นว่า เขาช่างน่าสงสารเพียงใด

แต่…ไม่ได้แปลว่า เราจะไม่ส่งเสริมในส่วนที่เขาขาด หรือส่งเสริมให้เขาแข็งแกร่ง นะคะ
เพราะคนเราไม่ได้สมบูรณ์แบบ แม้แต่ตัวของเราเอง
.

คนเราทุกคน ล้วนต้องพัฒนาตนเองให้แข็งแกร่ง และ สมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ
แต่ไม่ใช่ เพ่งจิตไปสงสารตัวเองว่า ตัวเองช่างต่ำต้อย ด้อยโอกาส ขาดแคลนสิ่งนั้นสิ่งนี้

เพราะความคิดแบบนั้น เป็นความคิดที่ทำให้เขาไม่มีความสุข และคิดถึงแต่ตัวเอง
การชี้ให้เขาเห็นว่า เขามีสิ่งใดที่เขามี และคนอื่นไม่มี เช่น อาจจะเป็นนิสัยที่ดีงาม ความสามารถ หรือ เกิดมามีชีวิตอยู่และเขายังช่วยใครได้บ้าง #จะพาเขาให้เห็นคุณค่าของตัวเอง เห็นความเป็นไปได้ ที่เขาสามารถจะช่วยเหลือและเขามุ่งมั่นพัฒนาทักษะ ความสามารถ เหล่านั้นให้เกิดคุณค่าต่อผู้คน
.

สุดท้าย คือ เขาจะเติบโต และมีความสุข มีความภาคภูมิใจในตัวเอง…และถ้าเราสนับสนุนเขาได้ ก็ลองดูว่า มีสิ่งใดที่เราจะส่งเสริมให้เขา เป็นคนที่สุดยอดที่สุดใน แบบที่เขาเป็น👌
.

หุยเชื่อว่า นี่คือ ความรัก ความเมตตาที่แท้จริง เพราะการที่เราแสดงออกอาการ สงสาร สมเพชเวททนา

แม้จะดูดี แต่ก็เป็นการเหยียดคุณค่าของคนอื่นให้ดูด้อย และไม่ให้เกียรติคนอื่น เช่นกัน
การที่เราจะรักผู้คน ช่วยเหลือผู้คน ควรทำในฐานะที่เขาเท่าเทียมกับเรา เขาเองก็มีสิ่งที่เราไม่มี
.

แต่ละคน ล้วนมีสิ่งพิเศษบางสิ่งที่เหนือกว่าใครๆ เป็นการให้ ในฐานะคนที่เท่าเทียมกัน เมตตาคนที่เท่าเทียมกัน

#ความรักและการให้นั้น จึงจะเป็นความรัก ความเมตตาในระดับสูง
.

ถ้าหาก บทความข้างบน เป็นประโยชน์กับใครหลายๆ คน ฝากแชร์ด้วย นะคะ

#MasterBusinessCoach
#ParentingCoach
#RattanaMnshang
#สอนลูกให้ชนะโลก
#แม่เหล็กพลังบวก
#Magnet

Burnout Syndrome สภาวะหมดไฟ ไม่ว่าใครก็เกิดขึ้นได้ จริงมั้ย ??

สาเหตุที่มักเจอบ่อยๆ จากพนักงานและเจ้าของกิจการ ที่หมดไฟในการทำงาน เช่น เหนื่อยหน่าย เกิดความวิตกกังวล สภาวะเศรษฐกิจถดถอย งานที่หนักเกินไป และ ความสัมพันธ์ระหว่างทีมงานลดลง

.

#ข้อแรก เราต้องเข้าใจสาเหตุ ของสภาวะหมดไฟของคนก่อน นะคะ ว่าเกิดจากอะไรงาน overlode หนักเกินไป ไม่สมดุลกับปริมานคนทำงาน การที่พนักงานหมดไฟ มาจากโครงสร้างของบริษัท ปัญหาการเมืองภายใน ปัญหาพฤติกรรมของเจ้านายที่ขี้เหวี่ยง ขี้วีน ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็น ไม่มีความยุติธรรม

#สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วเป็นปัญหาภายในทั้งสิ้น

ดังนั้น ถ้าเราสามารถแก้ไขบรรยากาศที่ทำงานนี้ ให้เป็นบรรยากาศที่มีความสุข เป็นงานที่มีการช่วยเหลือแบ่งปัน แต่ละคนรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน พร้อมทั้ง เพิ่มเติมทักษะของการทำงานให้มีประสิทธิภาพ พัฒนาศักยภาพในการทำงานต่อไป ปัญหาของการหมดไฟ จะต้องไม่เกิดขึ้น อย่างแน่นอน!!

#ข้อสอง เจ้านายหรือเจ้าของกิจการ มักมีความคาดหวังในตัวลูกน้องสูงมาก ต้องทำงานให้ได้ตามมาตรฐานที่ถูกกำหนด เมื่อลูกน้องทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ความกดดัน จะตกมาที่ลูกน้อง

ดังนั้น☝️ หัวหน้าจะต้องทำตัวเป็นโค้ชที่ดี รู้จักสอน รู้จักให้กำลังใจลูกน้อง นะคะ แล้วเปิดโอกาสให้ลูกน้องได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง

#อีกข้อนึง ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ คือ ระบบการจัดการที่เป็นมาตรฐานขององค์กร บางบริษัทที่หุยได้เข้าไปโค้ช …

หุยกลับพบว่า บริษัทที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านรุ่นสู่รุ่น ยังไม่มีระบบการจัดการที่เหมาะสมที่จะลดเวลาการทำงานลงได้ รวมไปถึงการส่งมอบงาน ที่เป็นมาตรฐาน

ขอยกตัวอย่าง เช่น สตาร์บัค มีวิธีการจัดการที่เป็นระบบมาก พนักงานถูกเทรนมาด้วยสิ่งเดียวกัน จึงทำให้พนักงานไม่เกิดความสับสน ลูกน้องก็จะหมดไฟน้อยลง ทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างรวเร็ว

หากบริษัท มีมาตารฐานการจัดการและการส่งมอบงานที่เป็นระบบ จะสามารถทำให้ธุรกิจเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน ลูกน้องและหัวหน้า จะเกิดความสุขมีพลังในการทำงานต่อไป อีกครั้งค่ะ

#โค้ชหุย
#MasterBusinessCoach
#แม่เหล็กพลังบวก
#BusinessBreakthru

“ใส่ใจ” ชนะใจลูกค้า เหนือคู่แข่ง

เมื่อไม่นานมานี้ หุยได้รับฟังเรื่องราวความสำเร็จของบริษัท Zappos.com

บริษัทที่เริ่มต้นจากการขายรองเท้าออนไลน์ที่ใกล้จะเจ๊งเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน
ก่อนที่จะพลิกพื้นกลับมาด้วยเงินลงทุนครั้งสุดท้ายของ โทนี่ เช ผู้เป็นเจ้าของ
และพลิกกลยุทธ์การบริการ จนสุดท้ายบริษัทกลับมามีกำไร
และทำยอดขายเติบโตมาก
กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จสูงมากในอเมริกา บริษัท
Zappos.com สุดท้ายขายหุ้นให้กับ Amazon.com ด้วยเงินจำนวน 1,200
ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อ 3 ปี ก่อน และโทนี่ เช ยังได้รับสิทธิ์ในการบริหาร
Zappos.com ต่อไป

บริษัทนี้เป็นบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมแบบ Red Ocean สุดๆ
ขายสินค้า โดยที่ไม่มีแบรนด์ของตนเอง
เป็น 1 ในตัวแทนจำหน่ายเหมือนบริษัททั่วไป
แต่ข้อแตกต่างด้าน ความใส่ใจ และการบริการ
ทำให้บริษัทนี้ไม่เหมือนใคร

ตัวอย่างเช่น ในปีที่ผ่านมา Zappos.com มีการให้รางวัลพนักงาน Call Center ดีเด่นประจำปี
ปกติแล้ว หากคุณเป็นผู้บริหาร
เวลาจะให้รางวัล Call Center ดีเด่น
เรามีหลักเกณฑ์ การพิจารณาอย่างไรดีคะ

หลายๆคน คงบอกว่า “ตอบคำถามได้รวดเร็ว” “ชม.หนึ่งๆ รับโทรศัพท์ได้หลายๆสาย”
เพราะแสดงว่า มีประสิทธิภาพ จริงมั้ยคะ!!

แต่… Zappos มีหลักเกณฑ์ที่พิเศษกว่านั้นค่ะ บริษัทนี้พิจารณาว่า 

“พนักงานคนใด
คุยโทรศัพท์กับลูกค้ารายเดียวได้นานที่สุด”
ถือว่า เป็นคุณสมบัติที่ “ดีเยี่ยม”

และเมื่อพบแล้ว จะมีการตรวจสอบฟังดูว่า
การสนทนาที่ยาวนานขนาดนั้น คือ เรื่องอะไร!!

เรื่องราวของพนักงาน Call Center ดีเด่นคนนี้ คือ มีลูกค้าสุภาพสตรีรายหนึ่งสั่งซื้อรองเท้า แต่ด้วยความไม่แน่ใจว่าชอบสีไหน
หรือ ไซส์ไหน
ทาง Zappos จึงส่งรองเท้า 4 คู่ให้ลูกค้าเลือก ถ้าชอบคู่ไหน
ค่อยจ่ายเงินเฉพาะคู่ที่เลือกแล้ว
และคืนรองเท้าที่เหลือกลับมา
เวลาผ่านไป 2 สัปดาห์ ลูกค้ารายนี้ไม่ได้ติดต่อใดๆกลับมาที่บริษัท และ ไม่คืนรองเท้าด้วย

พนักงานจึงโทรไปถาม ลูกค้าจึงตอบว่า ได้รับของมาแล้ว
แต่ยังไม่ได้ลองอะไรเลย เพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องสามีล้มป่วย และสามีเสียชีวิต
ก็วุ่นวายกับงานศพของสามี ไว้จะรีบลองแล้ว เลือกสินค้าให้เร็วที่สุด

พนักงานของ Zappos ท่านนั้น จึงแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง
และถามลูกค้ารายนั้นว่า
เธอมีอะไรที่อยากจะแบ่งปันให้เขาได้เป็นพื้นที่แห่งการรับฟังหรือไม่
เขายินดีมากที่จะได้รับฟังเธอในยามที่เธอมีสภาวะที่ยากลำบากนี้
ลูกค้ารายนั้นไม่คาดคิดจะได้รับความเอื้อเฟื้อจากบริษัทที่ขายรองเท้าออนไลน์เช่น
นี้ เธอประหลาดใจ และแน่นอนค่ะ
เกิดความอบอุ่นใจที่มีคนยื่นมือมาให้กำลังใจในยามทุกข์ยากของชีวิต
บทสนทนาพรั่งพรู ยาวนาน 12 ชม.
เพื่อระบายความทุกข์ทรมานของผู้ที่สูญเสียสามีที่เป็นที่รัก การให้กำลังใจ
การให้คำแนะนำ และมิตรภาพ เกิดขึ้น
หลังจากนั้น เรื่องราวนี้ได้แพร่ไป
เธอกลายเป็นแฟนคลับของบริษัท และนำพาลูกค้ามาอีกมากมาย
ด้วยเรื่องราวสุดประทับใจนี้

หุยเชื่อว่า พนักงานผู้นั้น ทำสิ่งนี้ คงไม่ได้
คาดหวังอะไร มากกว่า การที่ได้ “ใส่ใจ” ต่อเพื่อนมนุษย์ที่ทุกข์ยาก
ให้เขามีกำลังฝ่าความทุกข์ไปได้ ความจริงใจ ใส่ใจนั้น เหนือกว่าการเสแสร้ง
และสัมผัสได้ด้วยใจคนเท่านั้น

ไม่แปลกใจเลยที่ Zappos เป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง
พลิกฟื้นจากบริษัทที่ใกล้เจ๊ง กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่านับหมื่นล้าน
บริษัทขายของออนไลน์มีมากมาย
แต่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เต็มไปด้วยความสุข
และสร้างจิตของการเป็นผู้ให้ที่แท้จริง คือสิ่งที่ทำให้องค์กรชนะใจลูกค้า
…ตลอดกาล

การฝึกฝนทีมงานทั้งหมดให้เป็นคนที่ใส่ใจลูกค้า ดูเหมือนเป็นเรื่องยาก
แต่ที่จริงแล้ว Zappos ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้นที่สร้างนิสัยแบบนี้ในองค์กร
เริ่มต้นที่ตัวตนของ โทนี่ เช CEO ผู้ซึ่งเป็นคนที่มีความใส่ใจเป็นอย่างมากในการคัดเลือกพนักงานเข้ามาร่วมงาน
เขามีระบบการคัดกรองคนที่ดี คัดกรองคนที่ “อีโก้น้อย”
ไม่ว่าจะมาสมัครงานตำแหน่งยิ่งใหญ่แค่ไหน เป็น CEO ก็ต้องมาแพ็ครองเท้า
รับโทรศัพท์ คนที่จะประเมินว่า ผ่านหรือไม่ผ่านงาน คือ
พนักงานที่อยู่ในแผนกที่เขาคนนั้นไปร่วมงาน ถ้าใครได้รับการประเมินว่า
เข้ากับทีมไม่ได้ หรือ ไม่เหมาะสม แม้เก่งแค่ไหนก็จะไม่ได้รับเลือก
แม้แต่ในขณะที่ทำงานแล้ว ก็ต้องแสดงตนให้เห็นชัดว่า มีนิสัยและ
คุณสมบัติที่เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร
คือ มองบวก สนุกสนาน ทำงานเพื่อเป้าหมาย
แล ส่งมอบความใส่ใจต่อเพื่อนร่วมงานและลูกค้า เป็นต้น
การอบรม การฝึกพนักงาน ไม่ได้จัดการแค่ทักษะเนื้องานเท่านั้น แต่ในเชิงของจิตใจ นิสัยด้วยเช่นกัน
เพราะนิสัยเหล่านี้ คือ DNA ขององค์กรที่ยากที่ใครจะลอกเลียนแบบ
และทำให้คู่แข่งตามไม่ทัน

แล้วธุรกิจของท่านล่ะคะ… จะสร้างวัฒนธรรมองค์กรเช่นไร
ที่จะนำพาฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจไปได้
ทีมงานของเรา และตัวเรา ควรเป็นเช่นไร ที่จะทำให้ลูกค้าเลือกเราตลอดกาล
ไม่ปันใจให้คู่แข่ง

#โค้ชหุย
#MasterBusinessCoach
#BusinessBreakThru #ธุรกิจติดปีก

สุดยอดกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ทุกช่องทาง

ใครในที่นี้เจอวิกฤต
พิษโควิด ทำธุรกิจรายได้หาย
จะรอดได้ ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่
อย่าให้ ภาษาอังกฤษเป็นอุปสรรคใน
การพาธุกิจให้รอด

สมัครเดี๋ยวนี้เลย

อร์สนี้ดีแค่ไหน คนเรียนหลายพันคน
กดปุ่มนี้ เพื่อลงทะเบียน เรียนทันที
*จำนวนจำกัด มาก่อนได้ก่อนเท่านั้น*

100X Digital Class

ทางรอดธุรกิจ วิกฤตเศรษฐกิจ โควิด-19

ท่านเป็นคนหนึ่งใช่ไม๊ ที่ประสบปัญหาธุรกิจ ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด

  • ยอดขายหายไป เพราะลูกค้าปิดธุรกิจ หรือ ชะลอการซื้อจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
  • ไม่รู้ทิศทาง ว่าวิกฤตนี้จะไปถึงไหน เกิดผลกระทบอะไรตามมา
  • หนี้ก็ท่วม หรือ รายจ่ายก็ไม่หยุด เลือดไหลออกจากธุรกิจตลอดเวลา
  • จะเริ่มต้นปรับกลยุทธ์อย่างไรดี
  • และอื่นๆ

อยากได้คำแนะนำ  อยากได้ทางออก

Days
Hours
Minutes
Seconds
ขอบคุณที่ให้ความสนใจ ขณะนี้ครบจำนวนที่กำหนดโควต้า เรียบร้อยแล้ว พบกันใหม่โอกาสหน้า ขอบคุณค่ะ

สิ่งที่ท่านจะได้ตลอดเวลา 2 ชม. ในการสัมมนาฟรีครั้งนี้คือ

  • ข้อมูล เทรนด์สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลา 18-24 เดือนข้างหน้า
  • การวิเคราะห์พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของลูกค้าปัจจุบันของท่านเอง
  • การวิเคราะห์พฤติกรรมที่จะเปลี่ยนแปลงไปของผู้คนในอนาคต
  • การวางแผนปรับกลยุทธ์ธุรกิจ ทั้งสินค้า บริการ  และ กระบวนการทำธุรกิจของท่านเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้
  • วิธีการลงมือปฎิบัติอย่างเป็นขั้นตอน ในทุกๆด้าน ทั้งการวางแผนการเงิน  บุคลาการ  การตลาด และ การขาย  เพื่อเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส
  • และอื่นๆ ที่ท่านอยากรู้
Days
Hours
Minutes
Seconds
ขอบคุณที่ให้ความสนใจ ขณะนี้ครบจำนวนที่กำหนดโควต้า เรียบร้อยแล้ว พบกันใหม่โอกาสหน้า ขอบคุณค่ะ

เริ่มเรียน
วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2563
เวลา 19:00-21:00 น.

Coach Hui

ทางรอดสำหรับธุรกิจในวิกฤต ไวรัสโควิด19