ฟื้นเพราะเครื่องปั๊มหัวใจทางเศรษฐกิจ ??

ช่วงนี้ พวกเราสังเกตไม๊คะ ว่าประชาชนส่วนมากเริ่มจิตใจดีขึ้น และเริ่มมีข่าวออกมาในทางที่ดี (ซึ่งเป็นข้อดีนะคะ ที่ไม่ทุกข์) ว่า

• ท่าทางไวรัสโควิดจะ “เอาอยู่” เพราะคนติดเชื้อน้อยลง และหายมากขึ้น
• อีกไม่กี่วันจะได้ทำมาหากินแล้ว เดี๋ยวจะเปิดห้างแล้ว เดี๋ยวจะเปิดร้านแล้ว

แต่ในความจริงนั้น ตอนนี้ มาตรการช่วยเหลือครั้งมโหฬารจากรัฐบาลไทย และทั่วโลก เริ่มกระจายออกมาเป็นรูปธรรม เงินช่วยเหลือต่างๆเริ่มถึงมือประชาชน ทำให้เงินไม่ขาดมือ มีการกระจาย อาหาร น้ำ หน้ากาก ถุงยังชีพ ทำให้ประชาชนรู้สึกว่า ความขาดแคลนน้อยลง และดูเหมือนว่า อีกไม่นาน สถานการณ์คงเข้าสู่สภาวะปกติ

<< ซึ่งก็เป็นสิ่งที่หุยภาวนาและอยากเห็น >>

แต่จากการศึกษาและติดตามข่าวของหุย และการได้ใกล้ชิดกับแวดวงการแพทย์ หุยทราบว่า นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น รัฐบาลและบุคลากรทางการแพทย์ก็รู้ดี และเฝ้าระวังอยู่ การให้ประชาชน เก็บตัวอยู่บ้าน ไม่ทำมาหากินเป็นเวลานาน ก็ยิ่ง จะสร้างปัญหาแก่รัฐบาลทุกประเทศในระยะยาว เพราะไม่มีใครที่จะสามารถ “อุ้ม” ประชาชนได้ตลอดเวลา เป็นเดือนๆ เป็นปีๆ และยิ่ง Lock Down นาน ก็ยิ่งทำให้ประชาชนเครียด และอาจจะเกิดปัญหาความไม่มั่นคงทางการเมือง และปัญหาอื่นๆ ตามมา

ดังนั้น ต้องยอมเสี่ยง ให้ยืดหยุ่นการ Lock Down เพื่อให้ประชาชนได้ทำมาหากิน และไปเที่ยว เปิดหู เปิดตาบ้าง เงินชดเชยช่วยเหลือต่างๆ ก็เพื่อให้ประชาชน ไม่ต้องรู้สึกอัตคัตฝืดเคืองมากเกินไป และมีโอกาสมีเงินไปพัฒนาทักษะใหม่ หรือ หาวิธีการสร้างธุรกิจใหม่ อันนี้เป็นสาเหตุที่ธนาคาร ผ่อนปรนเรื่องมาตรการสินเชื่อและการชำระหนี้

แต่มีความจำเป็นเหมือนกัน ที่รัฐจะต้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนทราบในเรื่องนี้ ว่า

• อย่าการ์ดตก ต้องรักษาอนามัย และระยะห่างให้เคร่งครัด
• อย่าใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือย และควรใช้เงินและเวลาในการฝึกทักษะใหม่ สร้างอาชีพใหม่ ไม่ใช่ไปซื้อ เบียร์มากิน (เหมือน ผู้หญิงรายนึง ที่ซื้อเบียร์มาเย้ย ว่าใช้เงิน 5000 บาท ซื้อเบียร์กินหมด)
• เมื่อเปิดธุรกิจ จงเร่งปรับกลยุทธ์ ให้ธุรกิจคล่องตัว รั่วไหลให้น้อยที่สุด และสร้างเงินสด สะสมเงินสด เพื่อใช้ในตอน Lock Down อีกรอบ
• วางแผนกับทีมงาน ว่า ใน Lock Down ครั้งต่อไป บริษัทและทีม จะมีเป้าหมาย Work From Home อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ หรือ จะใช้เวลาพัฒนาอะไร ไม่ว่า จะเป็นสินค้า บริการใหม่ ช่องทางการขายใหม่ หรือ พัฒนากระบวนการทำงานที่ไม่ Work

อยากให้ทุกคนจำไว้ค่ะ ว่าเงินที่ไหลออกมาช่วยเศรษฐกิจตอนนี้ เป็น “เงินกู้” ที่รัฐบาลทั้งไทย และหลายๆ ประเทศกู้มาเพื่อช่วยพยุงประชาชน ให้เดือดร้อนน้อยลง และเหตุการณ์นี้ ยังไม่จบลงง่าย ๆ เพียงแต่เป็นมาตรการผ่อนปรน เพื่อให้โอกาสประชาชนได้ปรับตัว เหล่าผู้มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ และธุรกิจทั่วโลก ต่างพูดเป็นเสียงเดียวว่า นี่เป็นแค่ปากเหวเท่านั้น ยังไม่ลงเหว และยังไม่ถึงก้นเหว ตอนนี้ เป็นช่วงเวลาที่เราต้องเริ่มฝึกฝนความแข็งแกร่ง ทั้งร่างกาย และจิตใจ และทักษะใหม่ เพื่อให้เราสามารถลงเหวได้อย่างปลอดภัย และมีแรงใต่ขึ้นมาจากก้นเหวได้ด้วย

.

การ Lock Down ของประเทศต่างๆ แม้แต่ประเทศไทยก็จะมีเป็นพักๆ เมื่อตัวเลขเริ่มเยอะ จนดูแลไม่ไหว ดังนั้น เราต้องปรับตัวให้ชินกับการเปิดๆ ปิด ๆ ประเทศ และหลายๆ ธุรกิจ อาจจะต้องพิจารณาเรื่อง การปรับเปลี่ยน ธุรกิจ สินค้า บริการ และวิธีการทำงาน เพราะถ้าเปลี่ยนไม่ทัน จะเสียหายโดยไม่ทันได้ตั้งตัวค่ะ แต่ต่อให้เราปรับเปลี่ยน แต่ไม่เกิดการ Lock Down เราก็ยิ่งติดปีกบิน กลายเป็นโอกาสการเติบโต ของธุรกิจของเราไปเสียอีก เพราะเรามีการเตรียมการปรับตัวให้สอดรับการสภาพเศรษฐกิจ

อย่าได้ชะล่าใจ เพราะไม่งั้น ครั้งนี้ อาจจะเป็นการปั๊มหัวใจครั้งสุดท้ายของธุรกิจได้

หุยจะมีการจัด สัมมนาฟรี ทาง Zoom ในวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2563

เรื่อง ทางรอดสำหรับธุรกิจ ในวิกฤตโควิด 19
เวลา 19:00-21:00 น.
เปิดห้อง zoom เวลา 18:30-18:59 น. เท่านั้น
สนใจจะเข้าสัมมนาฟรี ลงทะเบียนที่ www.ultramindcoach.com
ไม่มีการขายคอร์สใดๆ หรือขายของใดๆ ให้และแจกอย่างเดียว เพื่อช่วยธุรกิจค่ะ

หุย จะถ่ายทอดและเล่าสิ่งที่หุยเรียนรู้มาตลอด 9 วันๆ ละ 10 ชม. ให้ทุกคนทราบในเวลา 2 ชม.

ใครสนใจ ลงทะเบียนได้นะคะ

โค้ชหุย
Master Business Coach
Magnet แม่เหล็กพลังบวก