เรากำลังสร้างจินตนาการ ที่หวาดกลัวด้วยตัวเราเอง

เรากำลังกลัวสิ่งที่เราจินตนาการ จริงหรือไม่ ที่ว่า เราทุกคนเกิดมาเพิ่งรู้จัก โควิด19 จริงหรือไม่ พวกเราทุกคนงุนงง แม้แต่วงการแพทย์ทั่วโลก ยังเข้าใจและรู้จักโควิด 19 ไม่หมด

สมมุติฐานเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ทุกรัฐบาล ทุกประเทศ ทุกแพทย์ต่างงม ต่างเดา ว่า มันจะรับมืออย่างไร จินตนาการนั้น น่ากลัวยิ่งกว่าความจริงเสมอ

เราเคยเดินไปในป่าที่เราไม่รู้จัก และในความมืดหรือไม่
เราจินตนาการเสียงต่าง ๆ เงาดำต่าง ๆ คือ “ภัย”
และเราก็หลบหนี หลีกเลี่ยง กับสิ่งที่หัวสมองบอกเรา และทำอะไรที่เกินธรรมชาติ

<< ในช่วงเวลาที่อึมครึม ไม่ชัดเจนเป็นช่วงเวลาที่มีข่าวสารปลอม ที่สร้างขึ้นด้วยหลากหลายจุดประสงค์เกิดขึ้น >>

เพื่อให้สินค้าตัวเองขายดี ทำให้สินค้าราคาขึ้น กลายเป็นของจำเป็น เป็นโอกาสให้ฉกฉวยโอกาส จากความไม่รู้ของสังคม ใครเคยได้ยิน เรื่องราวของตาบอดคลำช้างหรือไม่ คนตาบอด คลำหางช้าง ก็บอกว่าข้างรูปร่างเป็นเส้น ๆ คนตาบอดอีกคน คลำงวง ก็บอกว่าไม่ใช่..

โลกเราตอนนี้ เหมือนตาบอดคลำช้าง ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคน พูดกันด้วยอีโก้ ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจ พูดเรื่องเศรษฐกิจและการเงินถ้าหยุดงาน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแพทย์ พูดเรื่องผลกระทบเรื่องการไม่หยุดงาน ไม่มีใครช่วยกันประมวลว่า จริง ๆ ควรทำอย่างไรในภาพรวม

หุยเชื่อว่า ไม่ใช่ว่า เขาไม่รู้ว่า เขาต้องทำงานกันอย่างไร แต่จะด้วยอีโก้ หรือ ผลประโยชน์อะไรก็แล้วแต่ ทำให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น และไม่ใช่เกิดขึ้นแต่ในประเทศไทย แต่มันเกิดขึ้นในหลายรัฐบาลในหลายประเทศ

“Mark Joyner” ได้พูดใน คลิปหนึ่งว่า

“ว่าเราทุกคนบนโลก กำลังทำงานกับสิ่งที่เราไม่รู้จักและไม่เคยเห็น และทุกคนต่างฉวยโอกาสนี้ ไขว่คว้าโอกาสจากความไม่รู้นี้ ในฐานะคนธรรมดา เราต้องมองผ่าน และป้องกันตัวเองจากสิ่งหลอกลวงพวกนี้ ดูแลตัวเองโดยใช้สติ ว่าควรทำอะไรไม่ควรทำอะไร ในอาชีพการงาน การเงิน ก็วางแผนรับมือให้ดี เพราะทรัพย์สิน เงินทองที่มี สมบัติที่มี สามารถโดนยึดได้

ถ้ารัฐบาลสิ้นเนื้อประดาตัว และต้องเอาเงินมาช่วยคนที่ไม่มี สิ่งที่มั่งคั่งร่ำรวย จะกลายเป็นไม่เหลือในพริบตา ต้องพร้อมรับมือ กับความเลวร้ายในระดับนั้นเลยค่ะ และเราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ยอมรับความเป็นจริงตามธรรมชาติ และอยู่กับมันให้ได้…”