5 ทางลัดปลุกพลังงานบวก ที่คนไม่สำเร็จไม่รู้

นี่เป็นเวลากว่าเดือนแล้วที่หลายๆธุรกิจ และคนทำงานทั้งประเทศ และทั่วโลก ต้องหยุดอยู่บ้าน กักตัว เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อ ในช่วงแรกๆ คนจำนวนมากก็รู้สึกยินดีที่จะได้พักยาว จนถึงตอนนี้ใกล้เลยสงกรานต์แล้ว พักกันมาจะร่วมเดือนแล้ว เริ่มวิตกกังวลแล้วว่า ปัญหาจะยืดเยื้ออีกนานเพียงใด และสิ้นเดือน ค่าใช้จ่ายจะมาจากไหน

จากการตระหนักแล้ว ว่า ความช่วยเหลือจากภาครัฐแทบจะไม่เพียงพอให้อยู่รอด หนี้สินก็ไม่ใช่ว่า จะยกเลิกแค่เลื่อนไป และเริ่มมองเห็นแล้วว่า ยังไม่มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ว่า วิกฤตนี้จะลุกลามถึงเมื่อไหร่ และผลกระทบ เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ และลุกลามไปถึงหลายกลุ่มอุตสาหกรรม

แต่อย่างที่หุยได้เขียนไว้ในหลายๆตอนแล้วว่า คนจำนวนมาก อาจจะต้องปรับเปลี่ยนอาชีพ หรือเปลี่ยนสินค้า บริการ เปลี่ยนวิธีการบริหารธุรกิจ อะไรที่ไม่เคยทำต้องมาทำ และที่สำคัญ คือเหตุการณ์หรือสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ในโลกนี้ ไม่มีใครเคยเจอมาก่อน ดังนั้น ทุกคนล้วนต้องฝ่าฟันไป

สิ่งแรกที่เราต้องเริ่มทำ คือ ปลุกพลังบวกในตัวเอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราต้องมีพลังและพร้อมที่จะรับมือกับเหตุการณ์อย่างเข้มแข็งและมีความสุข นี่คือ 5 ทางลัด ที่คนที่ประสบความสำเร็จ เค้าทำกัน ในยามที่เผชิญปัญหาที่ท้าทาย พลังงานลบ ทำให้สติหาย และจมปลักอยู่กับปัญหา แต่พลังงานบวก จะพาคุณหาทางออก

1) ออกกำลังกาย เคลื่อนไหวร่างกาย ทุกเช้า คนที่ประสบความสำเร็จ จะมีการออกกำลังกาย อย่างน้อย 30 นาที ถึงหนึ่งชม. จะเป็นการเดิน การวิ่ง การเต้น โยคะ อะไรได้ทั้งสิ้น การเคลื่อนไหวร่างกาย จะทำให้ สารเคมี ฮอร์โมนที่ดีในร่างกายหลั่งออกมา ทำให้เกิดความตื่นตัว กระฉับกระเฉง ทำงานคล้ายยาชูกำลัง คนที่เป็นโรคซึมเศร้า จิตตก หรือเครียด แนะนำเลยค่ะ เมื่อไหร่ที่จิตตก เครียด คิดไม่ออก เปิดเพลง เต้น หรือเดินเร็วๆ สัก 15-20 นาที ก็ช่วยมากค่ะ

2) การเปลี่ยนจังหวะการหายใจ ถ้าเราสังเกตดีๆ ในเวลาที่คนเรามีอารมณ์ต่างกัน จังหวะการหายใจของเขาจะเปลี่ยนไป คนที่โกรธ จะหายใจแรงและเร็ว (คุณลองหายใจแรงๆ และเร็วๆ แล้วสังเกต อารมณ์ดู) คนที่สบายใจ จะหายใจลึกและยาว (ลองทำดู หรือนึกว่า เรากำลังไปสูดอากาศยามเช้าบนยอดเขา) จะสังเกตว่า จังหวะ และวิธีการหายใจนั้น เปลี่ยนอารมณ์เราได้ทันที ดังนั้น เมื่อเราตะหนักรู้ตัวเองว่า กำลังเครียด วิตก โกรธ หรืออยู่ในโหมดพลังงานลบ ขอให้กลับมา หายใจลึกและยาว เราสามารถฝึกสิ่งนี้ร่วมกับการฝึกสมาธิ โยคะ ได้ทั้งสิ้น

3) การจินตนาการเห็นภาพในฝัน วิธีการที่หุยมักใช้ทุกเช้า คือ การจินตนาการภาพชีวิตในฝัน อัลเบิร์ท ไอน์สไตน์ เคยกล่าวไว้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราจะเกิดขึ้น 2 ครั้ง คือ ในจิตนาการ (หรือในความคิด) และ ในความเป็นจริง ดังนั้น ถ้าเราอยากมีชีวิตแบบไหน เราอยากได้รับผลอย่างไร เราต้องจินตนาการก่อน วางแผนในสมองของเราให้ชัดเจน ยิ่งเห็นชัดเจนในรายละเอียด เห็นแล้วเกิดความสุขมากๆ เชื่อมั่นมากๆ สิ่งนี้จะถูกโปรแกรมลงในจิตของเราให้มีพลังที่มุ่งมั่น และลงมือทำในสิ่งที่เราจินตนาการไว้ เราทำแบบนี้ซ้ำๆทุกวัน จะเหมือนกับการอธิษฐาน มันจะดึงดูดให้เกิดขึ้น การจินตนาการนี้ เราใช้ได้ตลอดเวลา เพราะไม่มีใครเห็น จินตนาการเห็นสถานที่ที่เราไปแล้วมีความสุข จินตนาการถึงรอยยิ้ม เสียงหัวเราะของคนที่เรารัก จินตนาการเห็นวันที่เราประสบความสำเร็จ มีชีวิตในฝัน หรือ แม้แต่จินตนาการเห็นผลลัพธ์ของงานที่เราจะทำให้สำเร็จในแต่ละวัน มันจะทำให้เกิดสิ่งนั้น

4) การฟังเพลง การดูหนัง การอ่านหนังสือ หรือ เสพสื่อหรือดนตรีที่ปลุกพลัง เป็นสิ่งที่เราทำกันประจำ เรามักชอบฟังเพลงฮิต แต่เชื่อหรือไม่ การเลือกฟังเพลงแบบไหน จะทำให้ชีวิตของเราเป็นแบบนั้น เพลงที่อกหักรักคุด จะทำให้เราอกหัก เจ็บปวดซ้ำซาก หน้าตาชอกช้ำไม่มีความสุข และมันจะทำให้เรากลายเป็นคนมีบุคลิกแบบนั้น ลองเปลี่ยนประเภทเพลงที่เราฟัง ดนตรี หรือแม้แต่ภาพยนต์ หรือหนังสือที่เราอ่าน โพสต์ใน FB ที่เราติดตาม จะทำให้เราเป็นคนที่มี Mindset หรือ มีบุคลิกแบบนั้น อันนี้หุยเจอกับตัวเอง ในสมัยที่หุยเป็นมนุษย์แม่ หุยจะเสพแบบหนึ่ง ทำให้หุยมีความเป็นมนุษย์แม่สูงมาก เมื่อหุยเปลี่ยนมาทำงานโค้ชชื่ง หุยเปลี่ยนการอ่าน การฟัง และดนตรีที่ฟัง ทำให้บุคลิกและความคิดของหุยเปลี่ยนไปทันที

5) การเปลี่ยนสังคม หรือเปลี่ยนกลุ่มคนที่พูดคุย ทำให้มุมมองความคิดของเราเปลี่ยนไป ในช่วงที่หุยเริ่มมาเป็นโค้ช หุยได้เข้าสัมมนาเยอะมาก เพื่อเพิ่มพูนทักษะความรู้ เพื่อนำไปทำงาน หุยได้เจอกลุ่มคนและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ได้เรียนรู้ ได้กลุ่เพื่อนๆที่เป็นนักธุรกิจ คนหนุ่มสาวที่ประสบความสำเร็จ ทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ หุยเห็นมุมมองใหม่ๆ ได้รับพลังงานใหม่ๆ จากเพื่อนๆสังคมกลุ่มใหม่ๆ มากมาย

นี่คือ 5 ทางลัดปลุกพลังงานบวก ที่คนส่วนมากจะไม่รู้ เพราะมันเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อลงมือทำ หุยสามารถถ่ายทอดได้ เพราะหุยได้ผ่านกระบวนการนี้มาด้วยตัวเอง และหุยยินดีมากๆ ที่จะแบ่งปัน และนำพาทุกๆคนที่อยากเปลี่ยนแปลง และสู้วิกฤตอย่างมีพลัง มาลองฝึกจนเป็นนิสัยค่ะ เพราะไม่ว่า คุณจะชอบหรือไม่ วิกฤตนี้ยังอีกยาวนานค่ะ เราจะอยู่กับมัน อย่างมีความทุกข์ หรือมีความสุขล่ะค่ะ เราเป็นคนเลือก ให้กำลังใจค่ะ

อ่อ…แถมอีกข้อ คือการเฉลิมฉลอง เย๊ ทุกๆความสำเร็จแม้จะเล็กๆน้อยๆ มันจะเป็น การตอกย้ำความสำเร็จในตัวเรา และนึกขอบคุณซาบซึ้งต่อคน 10 คน หรือ 10 อย่างในชีวิต ทำทุกวัน ชีวิตที่เปลี่ยนค่ะ พลังบวกจะท่วมทันที ลองดูนะคะ

#โค้ชหุย
#MasterBusinessCoach