#เมื่อเถ้าแก่ถอดใจ ลูกน้องก็ไปก่อน

เมื่อไม่นานนี้มีผู้ประกอบการรายหนึ่งมาปรึกษาเรื่องปัญหาของธุรกิจว่า

แวดวงอุตสาหกรรมที่ท่านอยู่นั้น เป็น Sunset Industry

คือเป็นเศรษฐกิจขาลง ประกอบกับเศรษฐกิจไม่ดี ออร์เดอร์ไม่เข้า เพราะลูกค้าย้ายไปทำออร์เดอร์กับเพื่อนบ้าน แล้วจะทำอย่างไรดี

ฟังจากสีหน้า และน้ำเสียง แล้ว ดูท่านเหนื่อยหน่ายและอ่อนล้า เพราะลากองค์กรมานาน Profit Margin หรือ กำไรบางเฉียบ หลายๆครั้งก็เข้าเนื้อ ถ้าควบคุมไม่ดี

ท่านเล่าว่า ท่านเคยเรียกลูกน้องที่เก่าแก่มาพูดคุย เพื่อที่จะให้หุ้น และขอให้แต่ละคน ช่วยกัน รับผิดชอบบริษัท เช่น ยอดขาย ความเสียหายระหว่างการผลิต และอื่นๆ

เพื่อที่ท่านจะได้วางมือ แล้วไปหาหนทางในการสร้างกิจการอื่นๆ

แต่ผลที่เกิดขึ้น คือ ยิ่งเสียหายหนักกว่าเดิม เพราะลูกน้องที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ถือหุ้น กลับไม่ได้สนใจ ว่า ยอดขายจะตก หรือเกิดความเสียหายใดๆ มิหนำซ้ำ ทีมงานก็ทยอยลาออกไปทีละคนสองคน เพราะมองว่า เถ้าแก่ถอดใจ เตรียมสละเรือ

คนที่ได้รับเกียรติ ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้บริหาร ได้ถือหุ้น มองว่า เจ้านายเอา “ขยะ” มาให้ แทนที่จะเป็นโอกาส มองว่าถูกหลอกใช้ เอาหุ้นมาล่อ ทั้งๆที่บริษัทขาดทุน กลัวทำงานฟรี

สุดท้ายเจ้าของต้องกลับมากุมบังเหียนเหมือนเดิม และตัวเองก็ตัน ไม่รู้จะไปทางไหนดี

หุยจึงได้ถามเจ้าของรายนี้ว่า สำหรับท่าน ท่านมองว่า ธุรกิจไปไม่รอดแล้วใช่หรือไม่

ท่านตอบว่าใช่ พร้อมทั้งยกสารพัดเหตุผลที่ไปต่อไม่ได้ ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยภายนอก

หุยจึงได้ให้ข้อคิดว่า ว่า

ถ้าคุณ “เชื่อ” เช่นไร มันก็จะเป็นเช่นนั้น

ถ้าคุณเชื่อว่า ธุรกิจของคุณไปไม่ได้รอด มันก็จะไม่รอด เพราะเมื่อคุณตัดสินเช่นนั้น

สติปัญญาอันชาญฉลาดของคุณจะหยุดคิดทันที ว่า มีทางใดที่จะพัฒนาได้ดีกว่านี้

“ความเชื่อ” ของเจ้าของธุรกิจมีความสำคัญมากค่ะ และความเชื่อนี้ จะส่งต่อมายังอารมณ์ ความรู้สึก เมื่อเจ้าของเชื่อเช่นนี้ สีหน้า แววตา คำพูดการกระทำ จะเป็นเช่นไร จะมีพลังหรือไม่ และ คุณคิดว่า ลูกน้องในทีม จะสัมผัสความรู้สึก อารมณ์ และความเชื่อของคุณได้หรือ ไม่ แล้ว ถ้าคุณเป็นลูกน้องที่สัมผัสความหดหู่ สิ้นหวัง ถอดใจของเจ้าของ แล้วลูกน้องจะทำอย่างไร…แน่นอนค่ะ คนเป็นลูกน้อง เขาย่อมตื่นตระหนกกว่าเรา เพราะชีวิตของคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือน หรือลูกจ้าง ทำงานเดือนชนเดือน เขายิ่งไม่กล้าเสี่ยงกับบริษัทที่ไม่มั่นคง และนี่เป็นสาเหตุของการ “ลาออก” ของลูกน้อง เมื่อเจ้าของ มีความรู้สึกถอดใจ

ดังนั้น กำลังใจที่กล้าแกร่ง และความเชื่อที่จะอยู่รอดและนำพาธุรกิจฝ่าฟันไปได้ จึงมีความสำคัญมาก

ท่ามกลางแข่งขันที่สูงมาก และ กำไรที่บางเฉียบ การทำงานของทีมที่มีประสิทธิภาพเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด แม้ยอดขายจะไม่เข้า

แต่ถ้าเราสามารถควบคุมความเสียหายได้ดี ลดการสูญเสีย ลดการทำซ้ำ ลดการแก้งาน ก็จะทำให้ต้นทุนลดลง

การที่ยอดขายน้อย ถ้าเราคุมได้ดี ธุรกิจอาจจะไม่ต้องใช้คนมากเท่าเดิม สามารถเอาเงินที่ลดพนักงาน มาสร้างศักยภาพให้ทีมงานที่ “ใช่” และเมื่อทำได้ดี ลดต้นทุนได้ มีประสิทธิภาพดีขึ้น ก็สามารถเพิ่มผลตอบแทนให้ลูกน้องที่เหลืออยู่ได้ดีขึ้น

หุยมีเรื่องราวเคสที่คล้ายๆกัน น่าจะนำมาเป็นแนวคิดได้ค่ะ

คือ เคสของ โรงงานชุดชั้นใน ซาบริน่า ที่เปลี่ยนแผนจากการรับจ้างผลิต มาสร้างแบรนด์ของตัวเอง และค่อยๆพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตของตัวเอง ให้ทำงานดีขึ้นคนน้อยลงเรื่อยๆ ก็ไปจ้างผลิตที่ต่างประเทศ เพราะเงินบาทแข็ง ทำให้ไปผลิตต่างประเทศจะได้ต้นทุนที่ถูกกว่า ส่วนโรงงานในประเทศมาทำสินค้าที่ได้ราคาดี และเปิดตลาดออนไลน์ ขายตรงให้ลูกค้า

สรุปคือ ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ไม่ใช่ทุกธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบทางลบ ยังมีหลายๆธุรกิจไปได้ดี สำหรับเจ้าของธุรกิจทุกท่าน หุยอยากแนะนำว่า

· ท่านต้องไม่ “ถอดใจ” ท่านต้องมีความเชื่อมั่นว่า ธุรกิจจะรอด และเติบโตไปต่อได้ แล้วสติปัญญาอันชาญฉลาดของท่าน จะตั้งคำถามที่ดีขึ้น เพื่อพาท่านไปสู่ทางออกที่ดีงาม

· มองออกนอกกรอบจากมุมเดิม อย่ายึดติดการทำงานแบบเก่าๆ

· ใช้เวลาในการพัฒนาระบบ พัฒนาคนให้มีประสิทธิภาพขึ้น

· ลดการสูญเสีย จากการทำซ้ำ หรือ ทำผิดพลาด เพราะมันคือกำไรของเราที่เสียหายไป

· มองหาช่องทางการตลาดใหม่

· มองหาพันธมิตร เช่น Supplier ใหม่ๆ

· หาโค้ชที่ เป็นทีมหลายๆคน ช่วยปรึกษาได้หลายๆด้าน ที่สามารถช่วยพัฒนาวิธีการทำงาน สร้างแนวคิดแห่งความสำเร็จ และพาทีมให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบ เพราะคนที่มีโค้ชนั้น จะประสบความสำเร็จเร็วกว่าการลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง และเสียหายน้อยกว่ามาก

ถ้าใครมีปัญหาประมาณนี้ ทีมโค้ชของธุรกิจติดปีก พร้อมที่จะช่วยนำพาท่านและทีมงาน ไปสู่ความสำเร็จค่ะ มาติดต่อเราได้เสมอค่ะ

โค้ชหุย

Business BreakThru

ธุรกิจติดปีก

#CoachHui

#MasterBusinessCoach

#BusinessBreakThru