#เจ้านายเป็นอย่างไร ลูกน้องก็เป็นอย่างนั้น

รับเงินเดือนมาก็ต้องทำงานเต็มที่!!! จ้างมาแล้วก็ทำงานให้คุ้มหน่อยซิ!!!

หุยมีโอกาสได้พบ SMEs รายหนึ่ง มีปัญหาเรื่อง ยอดขายของบริษัทที่ไม่เติบโตมาหลายปีแล้ว
และ มีแนวโน้มว่า จะยอดตก ไปด้วย เพราะพนักงานหลายคนเริ่มทำอาชีพเสริม เช่น ขายประกัน ขายอาหารเสริม และตอนนี้ก็เริ่มลุกลามหาลูกทีมในที่ทำงาน เกรงว่าต่อไปพนักงานแต่ละคนจะทำงานไม่เต็มที่ เพราะเอาเวลาไปทำอาชีพเสริมด้วย ที่สำคัญ คือ บริษัทเริ่มมีกำไรที่ติดลบ เพราะ ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นทุกปี ในขณะที่ยอดขายเท่าเดิม
ผู้ประกอบการท่านนี้จึงมองว่า ลูกน้องทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ

เมื่อหุยได้เข้าไปดูต้นตอของปัญหาในบริษัทนั้น จึงพบว่า การที่พนักงานในบริษัทเริ่มหาอาชีพเสริมมาจากรายได้หลักที่ไม่เพียงพอ บริษัทที่ยอดขายไม่เติบโตมักมีปัญหาเรื่องการขึ้นเงินเดือน การจ่ายโบนัส
คนที่คิดว่าตัวเองพอมีทักษะความสามารถ ก็จะดิ้นรนหางานใหม่ที่มั่นคงกว่า ให้โอกาสและผลตอบแทนดีกว่าในการทำงาน ส่วนคนที่ยังอยู่กับบริษัท มาจากความผูกพันกับผู้บริหาร อยากร่วมทุกข์ร่วมสุข อดทนทำงานต่อไป
แต่ต้องดิ้นรนหารายได้เพิ่ม จึงต้องหาอาชีพเสริม

เมื่อได้เข้าไปพูดคุยกับทีม และได้วางแผนการทำงานกันในหลายๆเรื่อง เพื่อพัฒนายอดขาย
หุยกลับพบว่า ทีมงานมีความต้องการจะช่วยให้บริษัทเติบโต แต่ปัญหาสำคัญที่กลายมาเป็นหนามทิ่มแทงองค์กร
อย่างไม่น่าเชื่อ!!! คือ ตัวเจ้าของเองนั้น “ไม่รักษาเวลา” “ไม่รักษาคำพูดของตัวเอง”
และที่สำคัญ เจ้าของดันไม่รู้ตัว!! ว่า เขาเป็นเช่นนั้น เพราะทำจนกลายเป็นนิสัย เช่น

– นัดประชุมทีไร ถึงเวลาก็ “เลื่อนการประชุม” พอจัดการประชุมก้มาไม่ตรงเวลาหลายต่อหลายครั้งและ
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา คืออะไร รู้มั้ยคะ! เวลาประชุมเลยกลายเป็น ทีมก็มาประชุมไม่ครบ และ มาไม่ตรงเวลาเช่นกัน!!

– พอมีการมอบหมายงาน และมีการกำหนดระยะเวลาว่าใครต้องทำอะไรเมื่อไหร่
สิ่งที่เกิดขึ้นอีก คือ!!! สิ่งที่เจ้าของต้องทำ ก็ไม่ค่อยได้ทำ แถมยังเลื่อนกำหนดตลอด
แน่นอนค่ะ ในเมื่อหัวยังทำแบบนี้ หางก็เริ่มเป็นเช่นนั้นเช่นกัน ทำบ้างไม่ทำบ้าง เพราะยังไงพี่เขาก็ไม่เข้มข้นอยู่แล้วว
(หนักได้อีกนะคะ เคสนี้)
สุดท้ายปัญหาต่างๆก็ไม่ได้รับการแก้ไข เพราะแม้แต่เจ้าของเค้ายังไม่ใส่ใจ แล้วลูกน้องจะสู้ไปเพื่ออออออ!!!!

– แถมถึงแม้ยอดขายบริษัทจะไม่โต แต่เจ้าของนี่นะ!! อัพ Facebook ลง IG ว่าไปเที่ยวตลอดเวลา ถ่ายรูปลั้ลลา
เที่ยวจริง ฟินเว่อรรรร์ มีเงินออกรถใหม่ ใช้ชีวิตสุดแฮปปี้
ในขณะที่ลูกน้องนี่นะ เงินเดือนก็ไม่ขึ้น โบนัสก็ไม่มี ต่อให้มีก็น้อยนิดมหาศาล แบบนี้จะไหวมั้ยยยย

เมื่อเจ้านายไม่เอาจริงเอาจังกับธุรกิจ ไม่ทำตามคำพูดที่ได้รับปากไว้ เวลาการประชุมก็รักษาไม่ได้
แม้แต่การมาเข้างานก็เข้างานสาย มอบหมายงานอะไรในที่ประชุม งานของตัวเองก็ไม่ทำ
จัดเต็มเรื่องวินัยและความใส่ใจขนาดนี้ ถามตรงๆว่า “กล้าคาดหวังให้คนอื่นทุ่มเท มีวินัยกันมั้ยล่ะคะ”

แล้วท่านคิดว่า ลูกน้องของท่าน จะเห็นว่า ท่านเป็นคนอย่างไร แล้วลูกน้องที่เห็นผู้นำองค์กรเป็นแบบนี้
คนที่มีเป้าหมาย อยากเติบโต อยากก้าวหน้า เขาจะทนอยู่ในองค์กรแบบนี้ต่อไปหรือไม่
แล้วทีมงานที่เหลือในองค์กรแบบนี้ เขาก็ปรับวิธีการคิด และวิธีการทำงาน ตามแบบเจ้านายเช่นกัน

สิ่งเหล่านี้กำลังหล่อหลอมขึ้นมาเป็นสิ่งที่เรียกว่า “วัฒนธรรมองค์กร”
วัฒนธรรมที่กำลังสืบทอดต่อกันแบบเงียบๆ และกำลังทำลายองค์กรแบบช้าๆ

สำหรับกรณีแบบนี้ หุยขอแนะนำอย่างจริงจังเลยค่ะ
ถ้าอยากเปลี่ยนองค์กร จงเปลี่ยนตัวเองก่อนค่ะ
เจ้าของคือ แบบอย่างที่คนในองค์กรเฝ้ามอง และเจริญรอยตามเสมอ
แต่จะเจริญรอยดี หรือเจริญรอยแย่ นั่นขึ้นอยู่กับเราค่ะ

นิสัยที่เราทำจนเป็นนิสัย เราก็จะทำเช่นนั้นในทุกพื้นที่ของชีวิต เช่น ถ้าเราไม่รับผิดชอบกับคำพูดของตัวเอง
ชอบรับปากแต่ทำบ้างไม่ทำบ้าง เราก็จะเป็นเช่นนั้น ทั้งในหน้าที่การงานและชีวิตส่วนตัว
ถ้าเราเป็นเช่นนั้น เราตั้งเป้าหมายอะไรในธุรกิจเอาไว้ มันก็จะทำได้บ้างไม่ได้บ้างเช่นกัน
เพราะเราไม่ได้ทำ 100% ตามที่วางแผนไว้ สิ่งนี้ทำให้เราไม่สามารถควบคุมทิศทางและเป้าหมายของเราได้ค่ะ

และที่สำคัญ คือ คนอื่นก็จะเห็นสิ่งนี้ในตัวของเราและบริษัทของเราเช่นกันว่า บริษัทของเราเชื่อถือได้หรือไม่
รับปากอะไรไว้สามารถทำตามที่พูดได้หรือไม่ และถ้าบริษัทที่จริงจังกับการตรงเวลา หรือ ข้อตกลง
เขาจะหลีกเลี่ยงกับการทำงานกับบริษัทที่เอาแน่เอานอนไม่ได้
และนิสัยทั้งหมดจะส่งผลที่ทำให้ธุรกิจไม่เติบโต และขยายตลาด ขยายฐานลูกค้าไม่ได้ค่ะ

วันนี้คุณสร้าง “วัฒนธรรมองค์กร” ที่ดีให้องค์กรของคุณหรือยังคะ

#โค้ชหุย
#BusinessSuccessCoach
#BusinessBreakThru